บทความ
.................................................

 

แตกต่างโดยสิ้นเชิง

 

ชีวิตความเป็นอยู่ทุกวันนี้เปลี่ยนไป
จากที่เคยสงบ ราบเรียบ ค่อยเป็นค่อยไป
กลายเป็นซับซ้อน วุ่นวาย เร่งรีบแต่เช้าจรดเย็น
จากที่เคยมีเวลาอยู่บ้าน พร้อมหน้าพร้อมตา
กลายเป็นสลับกันอยู่สลับกันไป
จากที่เคยทำกิจกรรมพร้อมกัน
กลายเป็นสะดวกใครสะดวกเขา
จากที่เคยมีเวลาหยอกเย้ากระเซ้าแหย่
กลายเป็นโทรทัศน์ผูกขาดเวลาแทบหมด
ความเป็นครอบครัวก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย
ในเมื่อการมีเวลาอยู่ด้วยกัน พูดคุยกัน สนุกสนานด้วยกัน
คือตัวแปรที่สำคัญของความรัก
และถึงจะมีปัญหา ความทุกข์ ความยากลำบาก
การเป็นจิตหนึ่งใจเดียวกันในการเผชิญสิ่งเหล่านี้ด้วยกัน
นอกจากจะทำให้ปัญหา ความทุกข์ ความยากลำบากเบาบางลง
ยังช่วยกระชับจิตใจคนในครอบครัวให้แน่นแฟ้นมากขึ้น

ข้อมูลล่าสุดของกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย
ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของครอบครัวไทยทุกวันนี้
ในช่วงปี 2539-2549 ที่ผ่านมามีการหย่าร้างเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว
จากที่เคยมีการหย่าร้อยละ 13 กลายเป็นร้อยละ 26
หรือจดทะเบียน 5 คู่ มีการหย่าร้าง 1 คู่
โดยเฉลี่ยแล้วหย่าร้างกันชั่วโมงละ 10 คู่
แนวโน้มครอบครัวเดี่ยวเพิ่มเป็น 9 ล้าน 4 แสนครอบครัว
ที่มีพ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกันประมาณ 5 ล้าน 6 แสน
ที่มีพ่อหรือแม่เลี้ยงลูกฝ่ายเดียวประมาณ 1 ล้าน 5 แสน
(ผู้จัดการออนไลน์ 14.04.2551)

หากมองผิวเผินถึงสาเหตุความเปราะบางของครอบครัว
ก็น่าจะเป็นเพราะกระแสการเปลี่ยนแปลงทุกวันนี้
ซึ่งทำให้อะไรต่อมิอะไรเปลี่ยนไปหมด
ทว่าเมื่อเจาะลึกลงไปแล้ว
ก็จะเห็นว่าเป็นเพราะจิตใจคนเปลี่ยนไป
เพราะถึงจะมีการเปลี่ยนแปลงรอบด้าน
แต่หากจิตใจคนไม่เปลี่ยนซะอย่าง
คุณค่าต่างๆก็ยังคงเป็นคุณค่าต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง
โดยเฉพาะคุณค่าฝ่ายจิตฝ่ายใจที่เป็นแก่นแห่งความเป็นมนุษย์
อย่างเช่นความรัก เป็นต้น
จากที่ความรักเคยเป็นคุณค่าอันดับแรกแห่งชีวิต
กลายเป็นคุณค่ารองสิ่งของเงินทองความสนุกสนาน
จากที่ความรักเคยมีศูนย์กลางอยู่ในคน “สุดที่รัก”
กลายมาเป็นตัว “คนรัก” เป็นหลัก
รักเพราะ “ฉันชอบ” รักเพราะ “ฉันรู้สึกดี” รักเพราะ “ฉันได้”
เลิกรักเพราะ “ฉันเบื่อ” เลิกรักเพราะ “ฉันหมดอารมณ์โรมันติก”
เลิกรักเพราะ “คนอื่นน่ารักกว่า”
เลิกรักเพราะ “ฉันรักตัวฉันมากกว่าคุณ”...

ยิ่งจากที่เคยเป็นครอบครัวขยาย
มีพ่อแม่ลูกปู่ย่าตายายอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา
มีอะไรก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวช่วยเหลือเกื้อกุลกัน
แบ่งปันแบบบอย่างชีวิตและประสบการณ์จากรุ่นสู่รุ่น
ความรักความซื่อสัตย์ต่อกันก็มีให้เห็นเป็นประจักษ์
ให้ทั้งแบบอย่าง ให้ทั้งคำชี้แนะตักเตือน ให้ทั้งกำลังใจสนับสนุน
จนกลายเป็นรูปความรักที่ส่งทอดกันมา รุ่นต่อรุ่น
กลายมาเป็นครอบครัวเดี่ยว พ่อ แม่ ลูก เท่านั้น ตามลำพัง
ความรักความซื่อสัตย์ก็ย่อมจะเปราะบาง
เพราะขาดแบบอย่าง กำลังใจ แรงสนับสนุน
จนน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะสำหรับเด็กๆที่ติดอยู่กลางความเปราะบางนี้ •