วัน
เด็กแห่งชาติผ่านไปพร้อมความสนุกสนานหลากหลายรูปแบบ
แต่ละหน่วยงานหยิบยื่นสิ่งที่เห็นว่าดีเห็นว่าเหมาะกับวัยกับวัน
เพื่อให้เด็กได้ทั้งความเพลิดเพลินทั้งประโยชน์ทั้งความรู้รอบตัว            
พร้อมตอกย้ำให้เห็นความสำคัญและคุณค่าแห่งวัยตน
กระนั้นก็ดีคนวางแผนคนจัดงานล้วนเป็นผู้ใหญ่
กิจกรรมต่างๆจึงมาจากมุมมองผู้ใหญ่สำหรับเด็กเพื่อเด็ก
คิดเองว่าเด็กน่าจะชอบอะไรน่าจะสนใจเรื่องใดน่าจะรับรู้อะไรบ้าง
มากกว่าจะเป็นกิจกรรมจากมุมมองเด็กเพื่อเด็ก
ที่รู้ดีว่าวัยเด็กอยากได้อะไรอยากทำอะไรอย่างรู้เห็นอะไร
กิจกรรมวันเด็กจึงผ่านไปอีกวันหนึ่งจะเหลือก็แต่ความทรงจำ
วันเด็กเลยเป็นวันผู้ใหญ่สร้างผลงานให้เด็ก
เหมือนกิจกรรมอื่นๆที่ทำเพื่อเด็กแต่ยึดมุมมองผู้ใหญ่เป็นหลัก
ไม่ว่าจะการเลี้ยงดูการอบรมสั่งสอน
ผู้ใหญ่คิดให้เตรียมให้จัดหาให้ตามที่ผู้ใหญ่เห็นว่าดี
พร้อมให้ความมั่นใจว่าเด็กจะได้รับประโยชน์เต็มๆ
เด็กจึงไม่ต้องคิดไม่ต้องออกความคิดเห็น
แค่ทำตาม “หน้าที่ใครหน้าที่เขา” ทุกอย่างก็จะลงตัวทั้งสองฝ่าย
ฝ่ายผู้ใหญ่มีหน้าที่เลี้ยงดูอบรมสั่งสอน
ฝ่ายเด็กมีหน้าที่นบนอบเชื่อฟังทำตาม
ไม่ว่าจะการเลือกสถานศึกษาสาขาวิชาสายอาชีพ
ผู้ใหญ่วางแผนวิ่งเต้นหาโรงเรียนกำหนดมหาวิทยาลัยให้เสร็จสรรพ
เด็กไม่ต้องคิดไม่ต้องเลือกไม่ต้องออกความเห็น
แค่ตั้งหน้าตั้งตาเรียนทำคะแนนตัดเกรดให้สูงอนาคตก็มั่นคงสุกใสแล้ว
ตัวแปรก็เหมือนเดิมหน้าที่พ่อแม่จัดให้ลูกมีหน้าที่ทำตาม
ไม่สนใจว่าลูกชอบลูกมีความสุขสนุกกับการเรียนหรือไม่
นอกนั้นก็เรื่องอาหารการกินเสื้อผ้าของเล่นเครื่องใช้ไม้สอย...
พ่อแม่ผู้ใหญ่ถือว่ารู้ดีกว่าเด็กเพราะเคยเป็นเด็กมาก่อน
จึงมั่นใจว่าสิ่งที่คิดให้ทำให้เด็กเป็นสิ่งดีที่สุดรับประกันผลสำเร็จ
หาคิดไม่ว่าแม้พ่อแม่ผู้ใหญ่เคยเป็นเด็กมาก่อน
แต่ตอนที่คิดตอนที่ตัดสินวางแผนให้เด็กนั้นไม่เป็นเด็กอีกต่อไปแล้ว
จึงไม่คำนึงจะมองจะคิดจะตัดสิน “จาก” มุมมองเด็ก “ใน” มุมองเด็ก
เด็กเลยพลอยต้องเป็นต้องคิดต้องทำแบบผู้ใหญ่ตั้งแต่ยังอยู่ในวัยเด็ก
ทำให้ไม่ต่างกับคนมีสองบุคลิกสองวัยที่ขัดแย้งอยู่ในตัวตนคนเดียว      
จะทำตัวเป็นเด็กเต็มที่ก็ไม่ได้จะทำตัวเป็นผู้ใหญ่ก็ให้ขัด

               
เด็กส่วนมากได้แต่จำยอมคล้อยตามทำทุกอย่างที่พ่อแม่ผู้ใหญ่บอก
แม้จะรู้สึกขัดแย้งแต่ก็ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นหรือบอกความต้องการ
ได้แต่แอบคิดแอบหวังว่าโตแล้วจะได้เป็นตัวของตัวเสียที
เด็กจำนวนไม่น้อยรับรู้ในความขัดแย้งและเลือกฟังหัวใจบอก
กล้าแสดงความคิดเห็นบอกความต้องการยืนยันความชอบความถนัด
แม้จะถูกมองว่าไม่อ่อนน้อมเชื่อฟังไม่รักดีไม่กตัญญู
แต่ก็กล้ายืนยันความเป็นเด็กที่กำลังพัฒนาสู่ความเป็นผู้ใหญ่
ใช้เหตุผลใช้การชี้แจงใช้การขอร้องให้ผู้ใหญ่เข้าใจให้โอกาสให้เวลา
เพราะถึงอย่างไรก็เป็นชีวิตที่เด็กต้องดำเนินต้องรับผิดชอบในที่สุด

คำขวัญที่นายกรัฐมนตรีให้โอกาสวันเด็กน่าเข้าประเด็นได้ดี
จะว่าไปแล้วนายกไม่ให้คำขวัญแก่เด็กแต่ถือเป็นคำขวัญผู้ใหญ่ด้วย
เด็กจะรอบคอบได้อย่างไรหากผู้ใหญ่ใกล้ตัวไม่เคยเป็นให้เห็น
มีอะไรก็คิดเดี๋ยวนั้นตัดสินเดี๋ยวนั้นทำเดี๋ยวนั้น
พอผิดพลาดขึ้นมาก็เที่ยวโยนความผิดให้ทุกอย่างให้ทุกคนยกเว้นตัวเอง
เด็กจะรู้จักคิดได้อย่างไรถ้าคนรอบข้างเอาแต่ยึดข้อมูลจากข่าวเป็นหลัก
คนเขียนข่าวชงมาอย่างไรก็คล้อยตามคิดตามพูดตามใส่อารมณ์เสร็จสรรพ
เด็กจะมีจิตสาธารณะได้อย่างไรหากผู้ใหญ่คิดทำไม่เคยพ้นตัว
เอาแต่ประโยชน์แห่งตนเป็นหลักคนอื่นธุระไม่ใช่ตัวใครตัวมัน
แล้วก็ลงเอยเหมือนกันทุกเรื่องจนเด็กต้องสับสน
เป็นเด็กต้องทำต้องปฏิบัติต้องยึดถือ...ผู้ใหญ่โตแล้วไม่ต้อง