ายน้ำแห่งแม่น้ำดั้งเดิมไหลเอื่อยสงบเย็น
หากไม่มีตบชวาลอยมาเป็นแพเป็นหย่อมก็คงมองไม่ออก
ความสงบเงียบสองฝากฝั่งถูกแทรกด้วยเสียงเรือขนาดย่อม
คอยให้บริการนักท่องเที่ยวไปตามลำน้ำ
ให้ชื่นชมตื่นตาตื่นใจไปกับบ้านเรือนวัดวาอาราม
พร้อมกับวิถีชาวบ้านชาวเมืองเรียงรายอยู่สองฝากฝั่ง
ร้านอาหารยื่นตัวจากฝั่งล้ำไปถึงน้ำให้เป็นจุดขาย
ลิ้มรสชาติอาหารเครื่องดื่มไปสดชื่นสบายตัวความชุ่มฉ่ำของน้ำไป
จดจ้องมองน้ำทีไรให้เหมือนกำลังล่องไปกับกระแสน้ำ
“มะม่วงมันหน่อยไหมจ๊ะ” เสียงทักเรียกให้หันสายตาไปจากน้ำ
เจ้าของเสียงในวัยคุณยายมือกะเต็งตะกร้าอีกมือยื่นถุงพลาสติก
“สดหวานจากสวน...เก็บมาเมื่อกี้” พูดพลางวางถุงมะม่วงบนโต๊ะ
พร้อมกับหยิบมะม่วงตัวอย่างที่ถูกเฉาะเนื้อไปค่อนลูกจากตะกร้า
“พันธุ์เดียวกัน ทั้งมัน ทั้งหวานถ้าปล่อยให้ห่ามอีกนิด...”
พรรณนาคุณภาพไปเฉาะมะม่วงตัวอย่างชิ้นบางยื่นให้ไป
“ไม่ชอบทานเขียวเสวย?... ซื้อไปฝากคนที่บ้านก็ได้...”
น้ำเสียงคุณยายส่อความผิดหวังแต่ก็ไม่ย่อท้อ
“ถือว่าช่วยคนแก่เถอะ... นี่ก็เหลือถุงสุดท้ายแล้ว...”
ทิ้งให้อีกฝ่ายคิดเองเมื่อคำนึงถึงเวลาสี่โมงเย็นขณะนั้น
หมดมะม่วงถุงนี้คงได้กลับบ้านพักผ่อนเตรียมกับข้าวกับปลา
“ถุงละร้อยบาท...หาทานที่อื่นไม่มีนะ...” คุณยายรีบตอบ
มะม่วงเขียวเสวยห้าลูกนอนกองอยู่ในถุงพลาสติกขาวขุ่น
ก้นถุงมีใบมะม่วงสดปูฟื้นไว้ให้ดูว่ามากว่าที่เห็น
แต่ก็ยังถือว่าแพงเกินอยู่ดีจนให้รู้สึกเสียดายเงิน
หากเฉลี่ยราคามะม่วงแต่ละลูกในถุงก็น่าปฏิเสธได้สบายใจ
แต่พอคำนึงถึงวัยบวกรูปร่างเตี้ยผอมหลังโค้งโกง
มือหนึ่งกะเต็งตะกร้าอีกมือถือถุงมะม่วงห้าหกลูก
เดินทั่วร้านอาหารทีละโต๊ะเพื่อแนะนำผลผลิตจากสวน
มะม่วงเขียวเสวยถุงนั้นก็ไม่แพงจนน่าเกลียด
และแม้ขายแล้วคุณยายหายไปหน้าร้านพักใหญ่
ก่อนกลับมาพร้อมกับตะกร้าพร้อมกับมะม่วงเขียวเสวยถุงใหม่
บอกแขกโต๊ะถัดไปว่า“ถุงสุดท้ายแล้ว” ก็ไม่เสียความรู้สึก...    

เรือท่องเที่ยวลำใหญ่เตรียมออกจากท่าโรงแรมพร้อมแขกเต็มลำ
อาหารค่ำถูกลำเลียงจัดวางบนโต๊ะทรงกลมโดยพนักงานขมีขมัน
ให้ความมั่นใจทั้งรสชาติทั้งบรรยากาศทั้งความประทับใจ
“นักท่องเที่ยวจีนทั้งลำ...” เสียงดังจากน้ำข้างแพอาหาร
คุณยายผมสั้นนั่งอยู่บนเรือไม้ลำเล็กมือจับขอบแพทานกระแสน้ำ
ขวดพลาสติกเปล่าเล็กใหญ่เรียงรายอยู่หัวเรือสลับขวดเบียร์ไทย
“ตอนนี้ขวดพลาสติกโลละสามบาท...” คุณยายชิงพูดแนะนำตัว
“ขวดมันเบา กว่าจะได้โลต้องเก็บค่อนวัน...” คุณยายพูดต่อ
ตาก็หันมามองคนที่คุยด้วยแวบหนึ่งก่อนจะจดจ้องไปกลางแม่น้ำ
แล้วผลักเรือจ้ำพายทวนกระแสน้ำไปดักรอขวดพลาสติกที่ลอยมา
ได้ขวดพลาสติกแล้วเทน้ำทิ้งก่อนจะวางไว้หัวเรือหันกลับเข้าฝั่ง
“ขายได้เงินพอกินพออยู่แถมได้ช่วยขจัดขยะในแม่น้ำ...”
น้ำเสียงคุณยายบอกความภูมิใจฐานะคนกรุงเก่า
“ได้เงินก็แบ่งซื้อข้าวซื้อปีกไก่กินแล้วเก็บที่เหลือเผื่อไว้...
ชีวิตคนเราก็แค่นี้วันนี้อยู่พรุ่งนี้ตายไม่ต้องยึดติด
ตื่นเช้าพายเรือออกมาก็สวดมนต์ขอพรก่อนนอนก็สวดมนต์ให้อุ่นใจ”
เสียงคุณยายขาดไปเมื่อมีขวดพลาสติกลอยมาตามน้ำเป็นระยะ
“เก็บไว้ทานเถอะ...ให้ยายแค่ลูกสองลูกพอแล้ว...ขอบใจมากจ้า”...
ถุงมะม่วงเขียวเสวยถูกวางแทรกขวดเปล่าอยู่หัวเรือก่อนคุณยายบอกลา
กระแสน้ำในแม่น้ำยังคงไหลเรื่อยไปไม่มีวันย้อนกลับ
ในขณะที่กระแสวิถีชีวิตมนุษย์ยังคงวนเวียนจากคนถึงคน
เฉกเช่นถุงมะม่วงเขียวเสวยจากมือถึงมือมากด้วยน้ำใจด้วยมิตรไมตรี •