ภัยพิบัติจากธรรมชาติดูจะถี่ขึ้นในช่วงนี้
แผ่นดินไหวคลื่นสึนามิกลายเป็นประเด็นพูดคุยประจำวัน
พร้อมกับความคิดเห็นความเชื่อหลากหลายกันไป
หรือว่าจะเป็นจริงตามที่คาดคะเนคาดเดากล่าวพยากรณ์
วันเดือนปีสิ้นโลกมีระบุกันไว้ชัดเจนในรายละเอียด
ยิ่งใกล้เข้าไปก็ยิ่งมีอะไรเกิดขึ้นให้เริ่มตระหนัก
คนที่เชื่อกระแสต่างรู้สึกหวาดหวั่นเริ่มเตรียมกายเตรียมใจ
คนที่ไม่เชื่อก็ถือเป็นเรื่องของครรลองธรรมชาติ
ทว่าทั้งคนเชื่อและคนไม่เชื่อมีความรู้สึกเหมือนกัน
พลังแห่งธรรมชาติอยู่เหนือความสามารถมนุษย์จะควบคุม
ทั้งที่มนุษย์พัฒนาขีดความสามารถไปเกินตัวไปหลายด้าน
แต่ก็ต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัวต่อหน้าสิ่งที่เกิดในธรรมชาติ
พร้อมทำใจรับผลที่ตามมาแต่ละอย่างโดยดุษฎี
หาทางแก้ไขสถานการณ์ทีละอย่างไปกล้ำกลืนความหยิ่งผยองไป
ที่เชื่อในพระเจ้าก็ถือว่าพระองค์ทรงติสอน
ที่ไม่เชื่อก็ยิ่งไม่คิดอยากเชื่อเพราะถ้าพระดีจริงสิ่งเหล่านี้คงไม่เกิด
ที่เชื่อในพระเจ้าก็ยิ่งรู้สึกต้องการพระเจ้า
ที่ไม่เชื่อก็ถือว่ามีพระก็ได้ไม่มีก็ไม่เห็นเป็นไร...

อันที่จริงปัญหามีพระเจ้าหรือไม่มีพระเจ้า
เป็นปัญหามนุษย์มากกว่าปัญหาพระเจ้า
ทำนองเดียวมนุษย์และพลังแห่งธรรมชาติ
ความหายนะที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งเป็นเพราะมนุษย์เอง
เพราะทุกอย่างในธรรมชาติดำเนินไปตามครรลองของมัน
แต่มนุษย์ไม่รู้จริงไม่ปรับเปลี่ยนไม่หามาตรการป้องกัน
แถมยังไม่รักไม่ดูแลไม่บำรุงรักษาสภาพแวดล้อม
กระทั่งความสมดุลในธรรมชาติต้องเสียไปจนต้องห่วง
พอเกิดภัยธรรมชาติทีมนุษย์ก็รับผลร้ายที
ทั้งนี้เพราะมนุษย์ไม่ยอมเปลี่ยนความคิดเปลี่ยนพฤติกรรม
ถึงอย่างไรมนุษย์ก็เปลี่ยนธรรมชาติไม่ได้อยู่แล้ว
จะเปลี่ยนได้ก็ตัวมนุษย์นั่นหากอยากเปลี่ยนหากยอมเปลี่ยน
ฉันใดก็ฉันนั้นมนุษย์กับพระเจ้า
ตราบใดที่มนุษย์ไม่ยอมให้พระเจ้าเป็นพระเจ้า
ปัญหาเกี่ยวกับพระเจ้าก็คงเป็นปัญหามนุษย์เรื่อยไป
พอมนุษย์เอาตนเองเป็นหลัก
ก็จะพยายามให้พระเจ้าเป็นตามที่ตนต้องการ
พอไม่ได้ดั่งใจก็หมดความศรัทธาเลื่อมใส
หาว่าเชื่อไปก็ไร้ประโยชน์ไม่เชื่อก็เหมือนกัน
ทั้งที่พระเจ้าทรงเป็นทรงกระทำเยี่ยงพระเจ้า
ใครที่เชื่อใครที่คล้อยตามครรลองของพระเจ้า
สิ่งงดงามก็เกิดขึ้นด้วยพลังความรักความเมตตาของพระองค์
พอมนุษย์ถือว่าพระเจ้าเป็น “ตัวสำรอง”
ทำอะไรได้ก็ทำแบบไม่คำนึงไม่เกรงใจพระเจ้า
เหมือนตัวเป็นพระเจ้าอย่างใดอย่างนั้น
พอทำไม่ได้พอมีอะไรผิดพลาดก็โยนให้ “ตัวสำรอง”
ให้ทำแทนบ้างให้แก้ไขบ้างให้ตามเช็ดตามล้างบ้าง
พอไม่ได้ดังใจก็เดือดดาลพาลหาเรื่องพระเจ้า
หนักเข้าก็เลิกกราบไหว้เลิกนับถือเลิกเชื่อ
ทั้งที่พระเจ้าไม่เคยถือว่าเป็นมนุษย์เป็น “ตัวสำรอง”
ทรงให้เกียรติให้แสดงความสามารถให้ใช้ศักยาภาพ
แล้วทรงคอยเสริมคอยเพิ่มเติมคอยชี้แนะชี้นำ...

จะว่าไปแล้วที่พูดกันว่าคนเลิกเชื่อเลิกนับถือพระเจ้า...คงไม่ถูกนัก
เพราะจากพฤติกรรมที่เห็น ๆ คนยังไม่ได้เชื่อไม่ได้นับถือพระด้วยซ้ำ
ปัญหาจึงไม่อยู่ที่พระหากแต่อยู่ที่มนุษย์...นั่นเอง •