ตั้งแต่พระเจ้าเสด็จมาในโลกใบนี้แล้ว
มนุษย์เริ่มรู้สึกอึดอัดต้องลำบากใจ
แทนที่จะพากันดีใจรู้สึกเป็นเกียรติมีลาภ
พระเจ้าทรงทำตัวเป็นมนุษย์
เพื่อยกศักดิ์ศรีมนุษย์ให้เทียบเคียงพระเจ้า
โปรดให้เป็นบุตรพระเจ้าเป็นทายาทแห่งพระอาณาจักร
ทุกอย่างที่เสื่อมเสียในธรรมชาติมนุษย์อันเนื่องจากบาป
พระเจ้าทรงกู้คืนให้ด้วยพระทัยเมตตา
ทุกอย่างที่ดีงามสูงส่งในความเป็นมนุษย์      
พระเจ้าทรงเติมเต็มต่อยอดให้ด้วยชีวิตพระองค์เอง
ทุกอย่างเป็นไปได้หากมนุษย์ต้องการหากมนุษย์ยินยอม
แต่มนุษย์กลับมองว่าดีเกินกว่าที่จะเป็นจริงได้
ที่มีที่เป็นอยู่ก็ถือว่าดีเหลือหลายแล้ว
ไม่ต้องออกแรงฝืนกระแสธรรมชาติให้ลำบาก
ไม่เลวร้ายต่ำช้าไปกว่านี้ก็ถือว่าดีถมแล้ว
ไม่มีใครดีใครเด่นกว่ากันก็ยิ่งสบายใจทั่วหน้า
เพราะหากมีใครดีเกินหน้าเด่นเกินตา
คนใกล้ตัวย่อมรู้สึกอึดอัดเหม็นหน้าจิตใจต้องว้าวุ่น
แม้คนดีจะไม่ตำหนิติเตียนแต่ก็ถือว่าด่าว่าโดยพฤตินัย
เหมือนคนเพิ่งอาบน้ำล้างหน้าถูสบู่หอมจรุงกลิ่น
คนที่ไม่อาบน้ำรอบข้างย่อมรู้สึกตัวสกปรกโดยไม่ต้องบอก...

สองพันปีก่อนนี้ผู้คนเริ่มมีความหวังเมื่อพระเจ้าเสด็จมา
ชนชาติอิสราเอลแอบตั้งความหวังจะได้เป็นไทจากอำนาจโรมัน
แต่พระองค์กลับเน้นการปลดปล่อยจิตใจให้เป็นอิสระ
เพราะทุกอย่างเริ่มจากใจที่เป็นทาสความไม่ดีความชั่ว
กระทั่งศักดิ์ศรีความยิ่งใหญ่ของแต่ละคนถูกทำลายยับเยิน
พระเจ้าทรงนำสิ่งที่ดีที่สุดมาเสนอให้มนุษย์
แต่มนุษย์ยังไม่พร้อมยังพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่
แผนการของพระเจ้าเลยไม่ตรงกับความคาดหวังของมนุษย์
พวกเขาจึงไม่ลังเลร้องตะโกน “เอามันไปตรึงกางเขน”
คิดว่าจะขจัดผู้มาทำลายความสงบสุขให้สิ้นซาก
แต่หารู้ไม่ว่าผู้ที่ถูกทำร้ายทำลายคือตัวพวกเขาเอง
ในขณะที่พระเจ้าทรงอยู่เหนือความตายทรงกลับคืนชีพ
พวกเขายังคงตกอยู่ใต้อำนาจความตายเหมือนเดิม
ที่แย่ไปกว่านั้นยังต้องตายฝ่ายจิตใจจมปรักอยู่ในความชั่ว
นอกจากไม่ยอมรับความดีแล้วยังพยายามทำลายความดี
ปัญหาจึงไม่อยู่ที่พระเจ้าแต่เป็นปัญหาของคนอยู่ดี...

ประวัติศาสตร์ก็ยังคงซ้ำรอยเรื่อยมา
ตราบใดที่มนุษย์ยังมองว่าพระเจ้าเป็นตัวปัญหา
ทำให้มนุษย์เป็นอย่างที่ต้องการไม่ได้
เพราะพระเจ้าทรงนำ “การเป็น” ที่ดีกว่ามาเสนอให้
ทำให้มนุษย์ทำตามใจชอบไม่ได้
เพราะพระเจ้าทรงเสนอ “แนวการกระทำ” ที่ดีกว่าให้
ทำให้มนุษย์ปล่อยเนื้อปล่อยตัวตามสบายไม่ได้
เพราะพระเจ้าทรงยืนยันว่ามนุษย์สูงส่งไปกว่านั้น
เมื่อไม่อยากเมื่อไม่พร้อมเมื่อไม่ออกแรงพยายาม
มนุษย์ก็เริ่มรู้สึกถูกคุกคามรู้สึกไม่ปลอดภัยรู้สึกอึดอัด
ที่สุดก็ร้องตะโกน “เอามันไปตรึงกางเขน”
หารู้ไม่ว่ากำลังส่งศักดิ์ศรีสูงส่งของตนเองไปตรึงกางเขน
ที่แย่กว่านั้นกางเขนที่ตรึงเป็นแค่เครื่องประหารธรรมดา
หาใช่ “กางเขนศักดิ์สิทธิ์” แต่อย่างใดไม่
เพราะเอาแต่ถือว่าพระเจ้าเป็นตัวปัญหา
ทั้งที่ปัญหาอยู่ที่ตนเองและตนเองกำลังกลายเป็นปัญหา...จริงๆ ด้วย •