ปีนี้เข้าหน้าร้อนแทบตั้งตัวไม่ติด
อากาศปลายหนาวกำลังสบายจู่ ๆ ก็ร้อนขึ้นมา
แรกก็พากันคิดว่าเป็นความแปรปรวนของดินฟ้าอากาศ
ซึ่งแต่ละครั้งมักจะผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
แต่ครั้งนี้จากแปรปรวนกลายเป็นเปลี่ยนแปลง
จากปลายหนาวเข้าร้อนก่อนครรลองฤดูกาล
แทบจะไม่มีขั้นตอนให้เตรียมกายเตรียมใจ
ก่อนนี้จากหนาวค่อย ๆ อุ่นจากอุ่นค่อย ๆ ร้อนขึ้น
โดยมีธรรมชาติเป็นใจให้กายมนุษย์ปรับตัวได้ลงตัว
แต่นี่เปลี่ยนจากเย็นกลายเป็นร้อนระอุเหมือนกลางเดือนเมษายน
ร่างกายเลยต้องเหนื่อยต้องปรับตัวตั้งตัวไม่ติด
ต้องพึ่งยาพึ่งหมอกันให้วุ่นวายกันทั่วหน้า
ไม่ต้องพูดถึงหน้าที่การงานก็พลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วย
พออากาศร้อนระอุกำลังเรี่ยวแรงก็มีอันต้องรับผลกระทบ
เคยหยุดเคยพักหน้าร้อนก็ให้รู้สึกว่าน่าจะได้เวลาแล้ว
ร่างกายเหนื่อยใจหล้าอารมณ์หดหู่เอาแต่พร่ำเรียกให้พักผ่อน
ที่เคยทำงานแต่วันพอดีเหนื่อยพอดีเรี่ยวแรงพอดีกำลังใจ
อากาศร้อนก่อนเวลาแบบนี้เลยต้องทั้งเหนื่อยทั้งเพลียถึงสองเท่า
แค่ย่างเข้าวันแรกของเดือนเมษายนก็เฝ้ารอวันหยุดสงกรานต์แล้ว
“เหนื่อยอีกนิดก็จะได้พักได้สนุกแล้ว” ปลอบใจไปทำงานไป...

ร้อนอากาศก็ยังพอทำเนาแต่นี่ยังต้องมีเรื่องร้อนสมทบอีก
เรื่องราคาอาหารการกินการสัญจรสินค้าจำเป็นที่สูงขึ้นทะลุเพดาน
ถึงแม้มีการพยายามตรึงราคาทุกอย่างไว้สุดความสามารถ
กระนั้นก็ดีราคาเท่าเดิมแต่ปริมาณลดคุณภาพเหลือแค่วิญญาณ
ถึงเครื่องปรับอากาศมีแต่ก็ร้อนลึกถึงจิตจนต้องกระสับกระส่าย
แล้วนั้นก็เรื่องความไม่ปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินจนไม่กล้าหลับ
ขนาดปิดบ้านล็อครถหนีบกระเป๋าระวังแจก็ยังไม่วาย
ทุกวันนี้หัวขโมยมีน้อยลงแต่โจรมีมากขึ้นจนน่าหวั่น
ปล้นกันกลางวันแสก ๆ กระชากกระเป๋าจี้ทรัพย์กันซึ่ง ๆ หน้า
แค่นี้ชีวิตก็หนักหนาแล้วยังต้องร้อนกับอุณหภูมิการเมืองอีก
ที่เคยพูดว่า “พวกมากลากไป” ประสาว่าอะไรว่าตามกัน
เดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็น “พวกมากอยู่เหนือทุกอย่างทำอะไรได้หมด”
ทุกอย่างเลยเปลี่ยนไปแม้กระทั่งคุณธรรมจริยธรรมจรรยาบรรณ
ถือว่าจำนวนมากกว่าคะแนนมากกว่าคือประชาธิปไตย
ผิด (พยายาม) ทำให้ถูกไม่ชอบธรรม (พยายาม) ทำให้เห็นชอบจนได้
และนี่คือการล่มสลายของจริยธรรม
และนี่คือที่มาของสถานการณ์ไร้ขื่อไร้แปในสังคมไทยทุกวันนี้

แล้วก็ออกมาชูธงว่าจะทำให้เกิดความสามัคคีปรองดองในชาติ
ทั้งที่สิ่งที่กำลังทำกำลังยึดถือคือการทำลายความสามัคคีปรองดอง
เริ่มต้นก็ผิดว่าเพราะตั้งธงสามัคคีปรองดองแบบของฉันของกลุ่มเรา
แล้วตั้งเป้าจะทำให้ได้จะไปให้ถึงจะเอาให้ได้ไม่ต้องสนหน้าไหน
ก็ในเมื่อมี “จำนวนมากกว่า” เป็นอาญาสิทธิ์เปิดทางให้ทุกเรื่อง
ยังไงก็ถูกแม้ผิดยังไงก็ชอบธรรมแม้ชอบพาลยังไงก็ดีแม้ชั่ว
ถึงขนาดกฎหมายบ้านเมืองยังแก้ยังเปลี่ยนยังดัดแปลงได้เลย
แล้วก็เที่ยวโพนทะนา “สามัคคีปรองดอง” เป็นจุดขาย
ทั้งที่โดยความหมายของสามัคคีปรองดองเป็นคนละเรื่อง
“การรู้จักประนีประนอมยอมกันไม่ทะเลาะวิวาทแก่งแย่งกัน...
รู้จักตกลงกันด้วยไมตรี”  ตามพจนานุกรมไทย
แล้วที่พูดกันเป็นคาถากันเหนียวว่า “สมานฉันท์” ก็คนละทาง
“ความร่วมใจกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแห่งหมู่คณะ...
ในการดำเนินชีวิตหรือในการทำกิจการงานโดยชอบธรรมร่วมกัน”
การจะใช้ศัพท์แสงให้ดูหรูดูงดงามดูน่าเชื่อถือแต่แอบสอดไส้
มันก็ไม่ต่างกับการโกหกหน้าด้าน ๆ ...เด็กยังดูออกเลย สาอะไร •