วามงุนงงสับสนเพราะภารกิจล้มเหลวก็ถือว่ามากแล้ว
แต่ยังไม่เท่ากับความรู้สึกที่ตามมาเป็นระลอกแทบตั้งตัวไม่ติด
หลังจากวันนั้นเขาเฝ้าติดตามผลงานที่ตามมาอย่างใจจดใจจ่อ
แม้ความเป็นอยู่จะต้องถูกจำกัดในเนื้อที่คุกทั้งแคบทั้งอับชื้น
ผู้ที่เขาตั้งใจเด็ดชีพรอดตายหวุดหวิดแต่อาการยังน่าเป็นห่วง
เขารู้ทั้งรู้ว่าขณะที่เขาตั้งใจปิดฉากชีวิตท่านด้วยกระสุนมัจจุราช
มีคนนับร้อยล้านพันล้านพยายามยื้อชีวิตท่านด้วยคำภาวนาร้อนรน
เขาเคยนึกว่าโดยอาชีพเขาเป็นเจ้าชีวิตจะฆ่าใครจะไว้ชีวิตใครก็ได้
หาสำเหนียกไม่ว่าทุกชีวิตมีองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นผู้ประทานให้
กระทั่งท่านอาการดีขึ้นออกจากโรงพยาบาลกลับสำนักได้
ยังความโล่งอกด้วยความชื่นชมยินดีความตื้นตันใจให้คนทั้งโลก
ในขณะที่เขายังจมอยู่กับความคิดในพื้นที่แคบอับชื้นต่อไป
ชื่อของเขาคงค่อย ๆ เลือนรางไปกับกระบวนการยุติธรรม
ถึงอย่างไรผู้คนคงไม่สนใจจดจำเรื่องเลวร้ายเรื่องอัปยศอยู่แล้ว
ไม่เร็วก็ช้าความดีความน่ารักของท่านก็คงบดบังเขาเสียสนิท
เพราะคนถูกสร้างมาจากองค์ความดีในความดีเพื่อความดีนั่นเอง...

แต่แล้วเขาต้องผิดคาดคิดนึกไม่ถึงอีกครั้ง
เมื่อมารับรู้ว่าท่านที่เขาตั้งใจฆ่านั้นไม่ได้ลืมเขาอย่างที่คิด
นอกจากจะเรียกเขาเป็นพี่น้องนอกจากให้อภัยเขาด้วยใจจริง
ยังต้องการมาพบเขาเป็นการส่วนตัว...ตัวต่อตัว
ท่านผู้นี้มีคนทั่วโลกทุกระดับทุกฐานะทุกตำแหน่งหน้าที่ขอเข้าเฝ้า
จนต้องมีเจ้าหน้าที่คอยจัดคิวนัดวันกำหนดเวลาให้แต่ละวัน
ท่านผู้นี้ที่แต่ละอาทิตย์มีนัดกับผู้คนที่แห่แหนกันมาจากทั่วโลก
นอกจากเสียค่าเดินทางแล้วยังต้องเข้าแถวรอรับบัตรเข้าเฝ้าล่วงหน้า
แต่ครั้งนี้ท่านกลับเป็นผู้ขอพบเขาขอคุยกับเขาเอง
แถมที่นัดพบไม่ใช่ร้านอาหารโรงแรมหรูอย่างคนอื่นทำกัน
แต่ในคุกในแดนประหารที่มีมาตรการคุมเข้มทั้งวันทั้งคืน
ถึงจะได้รับการทัดทานทั้งระดับรัฐบาลระดับเจ้าหน้าที่
เพราะไม่เคยมีประมุขรัฐใดที่รบเร้าร้องขอเช่นนี้มาก่อน
ตามด้วยการต่อรองเปลี่ยนสถานที่พบปะอีกทั้งรูปแบบการพูดคุย
ให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ธรรมประเพณีศักดิ์ศรีความปลอดภัย
แต่ท่านยืนกรานยืนหยัดในวิธีของท่านจนทุกคนเหนื่อยใจ
วันนั้นเขารู้สึกถึงการเคลื่อนไหวผิดไปจากวันธรรมดาที่น่าเบื่อ
มีการทำความสะอาดสถานที่ละเอียดทุกซอกทุกมุม
มีการเพิ่มไฟให้ความสว่างภายในอาคารตามทางเดิน
มีการตรวจความพร้อมจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ทยอยเข้าออก
น่าจะมีเหตุการณ์บางอย่างไม่ธรรมดาภายในวันสองวันนี้เขาคิด
แล้วจู่ ๆ ประตูห้องขังเปิดพร้อมเจ้าหน้าที่เข้ามาพูดคุยกับเขา
พร้อมนัดแนะขั้นตอนอีกทั้งการเตรียมชุดการวางตัว
เขาจึงรู้ว่าทุกอย่างเกิดขึ้นรอบข้างกำลังมุ่งมาที่เขาคนเดียวแท้ ๆ
ผู้ที่ถูกเขาลอบยิงวันนั้นกำลังมาหาเขาเป็นแขกสำคัญของเขา
ความผิดพลาดในการทำงานการอภัยสำหรับสิ่งที่เขาได้ทำลงไป
แทบจะไร้ความหมายเมื่อเทียบกับความรู้สึกรุนแรงอันใหม่นี้
คนที่เขาตั้งใจฆ่ากำลังจะมาพูดคุยกับเขา...ตัวต่อตัว...

ทันทีที่ประตูห้องขังเปิดเขาเห็นร่างในชุดสีขาวยืนสูงเด่นอยู่ข้างหน้า
ใบหน้าอ่อนโยนเปื้อนรอยยิ้มเมตตาทำให้หัวใจเขาเต้นแรง
ก่อนที่จะพึมพำคำทักทายคำขอโทษออกมาจากปาก
ท่านก็หันไปหาเจ้าหน้าที่ขอเก้าอี้อีกตัว...เหมือนที่มีอยู่ในห้องเขา
แล้วนั้นฆาตกรกับเหยื่อนั่งชิดหัวชนกันหันหลังให้ประตูห้องขัง
ผลัดกันพูดผลัดกันถามผลัดกันตอบได้ยินแค่สองคน
กระทั่งเสร็จสิ้นการพูดคุยท่านเดินออกมาเผชิญหน้ากองทัพนักข่าว
“เมื่อกี้คุยเรื่องอะไรอย่ารู้เลย...รู้แค่ว่าพี่น้องเขาคุยกันก็พอ”
เป็นใครก็คิดไม่ได้นึกไม่ถึงไม่อยากจะเข้าใจไม่อยากเชื่อหูตนเอง
กระทั่งวันนั้นจึงกระจ่างเพราะท่านผู้นั้นคือ “บุญราศียอห์นปอลที่สอง” •