ระแสวันครูแห่งชาติปีนี้ดูจะร้อนแรงเป็นพิเศษ
มีการประกาศพระสมัญญานามแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
“พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน”
สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อวงการศึกษาไทย
อีกทั้งต้องการยกระดับวิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง
ทำให้คนที่จะก้าวเข้ามาเป็นครูมีความมั่นใจในอาชีพนี้มากขึ้น
และเช่นนี้ก็เป็นการ “คืนครูดีให้ศิษย์” ตามเป้าหมายวันครูปีนี้...

กระนั้นก็ดีการจะคืนครูดีให้ศิษย์ก็ถือว่ายังไม่ครบวงจร
หากไม่ช่วยกัน “คืนศิษย์ดีให้ครู” ก็คงไม่ต่างกับปรบมือข้างเดียว
พ่อแม่หลายคนคิดว่าจ่ายค่าเทอมแล้วครูต้องทำให้ทุกอย่าง
อบรมสั่งสอนประสิทธิ์ประสาทวิชาติดตามดูแลทั้งใกล้ชิด
พอลูกทำตัวไม่ดีเรียนไม่เก่งก็โทษครูโทษผู้บริหารไว้ก่อน
ทำนองว่าเสียเงินลงทุนแล้วกำไรหดแถมยังต้องขาดทุนอีก
แต่ไม่เคยรับรู้พฤติกรรมของลูกเมื่อออกจากบ้านมาโรงเรียน
พอทางโรงเรียนเชิญพบก็บ่ายเบี่ยงแก้ตัวตัดพ้อว่าเสียเวลาทำมาหากิน
พ่อแม่หลายคนถือคติ “ลูกฉันห้ามใครแตะ...ลูกฉันถูกเสมอ”
มีอะไรก็เข้าข้างลูกไว้ก่อนไม่ฟังคำชี้แจงครูแถมขู่ฟ้องผู้บริหาร
พอจนด้วยหลักฐานก็แก้ตัวขุ่น ๆ ... “ถ้าลูกดีแล้วจะส่งมาให้อบรมทำไม”
ดีที่พ่อแม่อีกหลายคนที่ให้เกียรติยกย่องให้ความไว้วางใจครู
พบครูครั้งแรกก็ “ขอฝากลูกไว้ด้วยคน...ถือว่าเป็นลูกครูคนหนึ่งนะ”
แล้วคอยติดตามให้ความร่วมมือกับครูกับทางโรงเรียนในทุกเรื่อง
สำนึกในบุญคุณครูที่ช่วยปั้นแต่งชีวิตลูกขณะพ่อแม่ต้องหาเลี้ยงชีพ
แม้ลูกจบไปแล้วก็ยังให้รู้สึกผูกพันถือว่าได้ช่วยกันส่งเด็กเข้าสู่อนาคต
อย่างนี้ถือว่า “คืนครูดีให้ศิษย์” ด้วยการ “คืนศิษย์ดีให้ครู”...

พูดถึงครูพูดถึงศิษย์ทีไรก็คงไม่พ้นมาตรการใช้ในการอบรมสั่งสอน
ศิษย์ดีย่อมต้องรู้จักเคารพยำเกรงอ่อนน้อมเชื่อฟังคุณครู
ผิดพลาดซ้ำซากต้องพร้อมรับผิดรับโทษแสดงความรับผิดชอบ
ก่อนนี้ถือหลัก “รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี”... ได้ดิบได้ดีกันมาตลอด
ไม้เรียวจึงคู่กันมากับการเติบโตการพัฒนาของเด็ก
พ่อแม่ครูบาอาจารย์ตีลูกตีศิษย์เพราะรักเพราะหวังดี
เห็นลูกเห็นศิษย์เจ็บพ่อแม่ครูเจ็บยิ่งกว่าแต่ต้องตีต้องสอน
ตีไปสอนไปอบรมไปให้เห็นคุณเห็นโทษเห็นถูกเห็นผิด
เจ็บตัวแต่ใจจดจำลึกเสียใจที่ไม่รักดีทำให้พ่อแม่ครูผิดหวังเสียใจ
ตั้งแต่มีการห้ามลงโทษนักเรียนด้วยไม้เรียวครูต้องลำบากใจ
แถมมีมาตรการด้านกฎหมายถือเป็นการทำร้ายร่างกายเด็ก
เลยได้แต่ปากเปียกปากแฉะดุด่าว่ากล่าวตักเตือนตำหนิคาดโทษ
ในขณะที่นักเรียนได้ใจถึงอย่างไรก็ไม่กลัวไม่ยำเกรงไม่เชื่อฟัง
ด่าว่าให้เหตุให้ผลจนเสียงแหบคอแห้งเหนื่อยมากก็เลิกไปเอง
แล้วจู่ๆปีนี้เกิดกระแสให้ทบทวนนำไม้เรียวกลับมาใช้ใหม่
ด้วยที่ผ่านมานักเรียนไม่อยู่ในร่องในรอยไม่ยำเกรงไม่เชื่อฟังครู
พฤติกรรมไม่ดีงามไม่ถูกต้องทั้งทำร้ายทั้งทำลายมีให้เห็นไปทั่ว
โยนผิดให้พ่อแม่ก็ได้แต่แก้ตัวไม่มีเวลาเพราะธุรการงานรัดตัว
วันๆต้องผลาญแรงกายทุ่มแรงใจหาเงินเข้าบ้านจ่ายค่าเล่าเรียนลูก
โยนผิดให้ครูก็ได้แต่แก้ต่างนักเรียนไม่ยำเกรงไม่อ่อนน้อมเอาไม่อยู่
จะใช้มาตรการไม้เรียวก็กลัวโดนจับโดนพิจารณาโดนจำหน่าย...

แล้วก็ลงเอยแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเหมือนทุกปัญหา
ไม่สำนึกว่าหากได้ใจเด็กได้ใจนักเรียนไม้เรียวลืมไปได้เลย
ถึงจะตีจะเฆี่ยนแต่ใจเด็กไม่เล่นด้วยก็รังแต่จะเคียดแค้นพยศเกลียดชัง
ความคุ้นเคยกับความรุนแรงก็มีแต่จะฝังลึกตอกแน่นในกระมลวิสัย
ไม่สำนึกว่าหากใช้เหตุผลโน้มน้าวให้เห็นดีเห็นชอบไม้เรียวทิ้งได้เลย
ทุกอย่างที่พ่อแม่ครูใช้เป็นการลงโทษเด็กก็ถือว่ารับโทษสาสมแล้ว
หากรักเด็กจริงการลงโทษมีให้เลือกไม่ถ้วนได้ผลดีกว่าไม้เรียวเป็นไหน ๆ •