เริ่มปีใหม่ได้ไม่กี่วันก็พากันมองไกลไปข้างหน้า
หนึ่งปีที่มีอยู่ในมือ...เป็นโอกาสเป็นการท้าทายเป็นเป้าหมาย
ถึงวันเวลาจะผ่านมาแล้วผ่านไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าสายน้ำ
แต่ความสำคัญไม่อยู่แค่จำนวนเวลาจำนวนวันจำนวนเดือน
จะว่าไปแล้วก็เป็นแค่ตัวเลขที่กำหนดกันขึ้นให้นับให้คำนวณ
ในขณะที่กระแสชีวิตดำเนินไปต่อเนื่องตามครรลองของมัน
ถึงจะมีการแบ่งวันนี้พรุ่งนี้วานนี้เหมือนซอยชีวิตให้เป็นช่วงตอน
หากแต่ละชีวิตยังคงเป็นหนึ่งเดียวครบองค์ไม่ซ้ำใคร
และถึงแม้ร่างกายสังขารจะแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา
แต่ชีวิตยังคงไว้ซึ่งเป็นความหนึ่งเดียวคนนี้เสมอต้นเสมอปลาย
คุณค่าของแต่ละชีวิตจึงไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนเวลาจำนวนวัน
หากแต่อยู่ในความเข้มข้นเต็มร้อยทุกด้านทุกแง่ทุกมุม...

ทว่าไม่ใช่ทุกชีวิตจะสามารถเติมเต็มได้เองแม้อยาก
ส่วนหนึ่งเพราะต้องขึ้นกับคนรอบตัวแทบทุกเรื่อง
ตั้งแต่อาหารการกินสุขอนามัยปัจจัยพื้นฐาน
ไปจนถึงความรักความอบอุ่นความทนุถนอมการปกป้อง
วัยเด็กจึงเป็นช่วงชีวิตที่ต้องการคนอื่นมากกว่าหมด
เพื่อความอยู่รอดและเหนืออื่นใดเพื่อสุขภาพกายสุขภาพใจ
ทุกวันนี้ความอยู่รอดไม่ใช่ปัญหาเพราะมีกินมีใช้บริบูรณ์
สุขภาพกายก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะการแพทย์การรักษามาตรฐานสูง
แต่สุขภาพใจต่างหากที่เป็นตัวแปรสำคัญเพื่อมีชีวิตอย่างมีคุณภาพ
น่าเสียดายที่ช่วงวัยแห่งชีวิตที่เด็กทุกคนและแต่ละคนต้องการ
ให้มีคนช่วยเติมเต็มช่วยปูพื้นฐานช่วยสร้างภูมิทางใจ
กลับเป็นช่วงวัยที่เด็กทุกวันนี้ถูกทิ้งขว้างถูกละเลยถูกมองข้าม
พ่อแม่จัดหาเงินหาอาหารการกินหาที่พักที่อาศัยให้พร้อมสรรพ
แต่ไม่มีเวลาให้ไม่มีความใกล้ชิดให้ไม่มีความอบอุ่นให้
เด็กไทยจึงเป็น “กำพร้าเทียม” ดังที่สื่อบางฉบับยกเป็นประเด็น
มีพ่อแม่อยู่กับพ่อแม่ก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียวหงอยเหงา
เคยมีพ่อแม่แต่เลิกราแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง
“มี” พ่อแม่ “เคยมี” พ่อแม่ก็เป็นแค่ “ผู้ให้กำเนิด”...

เมื่อขาดรักขาดอบอุ่นเด็ก “กำพร้าเทียม” ก็ต้องดิ้นรนหา
จะว่าไปแล้วขาดอาหารขาดน้ำขาดปัจจัยยังพอทนยังพอหาได้
แต่ขาดความรักความอบอุ่นนี่สิมีชีวิตอยู่ไปก็ให้รู้สึกไร้คุณค่า
“โลกออนไลน์” คือทางออกของเด็ก “กำพร้าเทียม” ยุคนี้
ในเมื่อสังคมมนุษย์ขาดหาไม่ได้สังคมออนไลน์ก็คือตัวเลือก
จากที่เคยมีบ้านเคยมีโรงเรียนเคยมีวัดเป็นฐานให้เติบโตพัฒนา
เดี๋ยวนี้โลกออนไลน์เป็นได้หมดจัดให้ได้ทุกอย่าง
เป็นบ้านเป็นพ่อแม่มีเวลาให้ตลอดทั้งวันทั้งคืน
เป็นโรงเรียนเป็นครูสอนให้ทุกเรื่องแนะนำได้ทุกอย่าง
เป็นวัดเป็นพระเป็นสงฆ์ชี้นำสิ่งที่ต้องการรู้ตามที่ต้องการเชื่อ
นอกนั้นยังสร้างสังคมเพื่อนให้ทุกเพศทุกวัยทั้งกว้างทั้งไกล
จนให้รู้สึกว่าพึ่งได้เสมอพูดได้ทุกเรื่องรู้ใจไปหมด...

คำขวัญวันเด็กแห่งชาติปีนี้น่าจะรู้ใจเข้าถึงสถานการณ์เด็ก
กลับซ้ำเติมให้มี “กำพร้าเทียม” หนักยิ่งขึ้นอีก
แทนที่จะกำชับให้พ่อแม่ครูบาอาจารย์สำนึกในความรับผิดชอบ
กลับทำให้เด็กแห่งชาติต้องเคว้งคว้างไร้จุดยืนไร้แบบอย่างให้เห็น
“สามัคคีมีความรู้คู่ปัญญาคงรักษาความเป็นไทยใส่ใจเทคโนโลยี”
ฟังดูดีดูเลิศแต่ไร้แก่นสารไม่ต่างกับดอกไม้พล้าสติก
ก็เพราะแต่ละอย่างที่ร่ายมาขนาดผู้ใหญ่ในบ้านเมืองยังทำกันไม่ได้
ที่สุดก็ลงเอยเป็นดอกไม่พล้าสติกทั้งปีไม่ต้องเติมน้ำไม่ต้องเปลี่ยน
จนแห้งจนสีซีดจนถูกลืมก่อนจะจบเดือนมกราคม…ซ้ำไป •