นยุคที่ถือว่าเงินเป็นพระบันดาลได้ทุกอย่าง
อะไรที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ก็ดูเป็นได้หมด
ศักดิ์ศรีแห่งการ “เป็นคน” ที่น่าจะเท่าเทียมกัน
เปลี่ยนเป็นการ “มี” เป็นตัวชี้วัดแทบจะผูกขาด
มีมากก็ศักดิ์ศรีมากมีน้อยก็ศักดิ์ศรีน้อย
ลงเอยเป็นคน “เหมือน” กันแต่ก็ “ไม่เหมือน” กัน
ที่เคยพูด “คนจนมีสิทธิ์ไหมครับ” กำลังเป็นจริง
ในฐานะเป็นคน...ใช่คุณมีสิทธิ์...มีสิทธิ์เป็นคนจน
จนทั้งข้าวของเงินทองจนทั้งศักดิ์ศรีทั้งคุณค่า
แม้ความรักก็ดูมีแนวโน้มขึ้นกับ “การมี” มากกว่า “การเป็น”
ความรักซึ่งก่อนนี้เป็นแก่นแห่งใจแห่งจิตวิญญาณคน
พอคนหันมาให้ความสนใจสิ่งของมากขึ้นแทบเบ็ดเสร็จ
ใจที่มีต่อกันก็ลดน้อยลงถูกแทนเงินทองข้าวของ
ที่เคยรักด้วยใจเปลี่ยนเป็นรักด้วยความรู้สึก
ความรู้สึกร้อนรุ่มความรักก็ทั้งเข้มทั้งข้น
ความรู้สึกเจือจางความรักก็ลดลงกลายเป็นเบื่อ
ที่เคยโรแมนติกให้รู้สึกซาบซ่านยามใกล้ชิด
กลายเป็นความรำคาญแม้เพียงแวบคิด
ในเมื่อความรู้สึกเป็นผลกระทบทางโสตประสาทกาย
เดี๋ยวมาเดี๋ยวไปเดี๋ยวมากเดี๋ยวน้อยเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
รักด้วยความรู้สึกจึงมีอันต้องแปลเปลี่ยนขึ้นลงมากน้อยตามไปด้วย
ตามครรลองแห่งธรรมชาติความรู้สึกที่ไม่รู้จักคำว่า “เสถียร”
เพื่อรักษาความรักแบบนี้ไว้ต้องคอยสุมต้องคอยเลี้ยงความรู้สึกไว้
อะไรก็ได้ที่ต้องตาประสาทสัมผัสได้ให้รสชาติซาบซ่านตื่นเต้น
แล้วกลายเป็นรักที่มากด้วยเงื่อนไขข้อต่อรอง
อย่างที่สมาคมนักธุรกิจโสดผู้มั่งคั่งของจีนจัดงานหาคู่
อยากได้สาวครบถ้วนตามเงื่อนไขไว้เป็นคู่ชีวิต
กิจกรรมหาคู่จะเวียนจัดในเมืองต่าง ๆ รวมสิบเมือง
งานนี้มีหญิงสาวมาสมัครกว่าสองพันแปดร้อยคน
แต่ละคนต้องผ่านการสัมภาษณ์ถึงห้าด่าน
มีการพิจารณาตั้งแต่รูปลักษณ์โชคชะตาราศีความรู้ความสามารถ
พร้อมพูดคุยลงลึกเรื่องความรักความคาดหวังในการแต่งงาน
แถมยังมีรางวัลให้คนแนะนำหญิงสาวได้ถูกใจด้วย...

การที่สองคนตกลงปลงใจจะร่วมชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไปตลอด
น่าจะมีอะไรถาวรมั่นคงมากกว่าสิ่งของเงินทองฐานะที่มี
เพราะสิ่งที่มีวันนี้วันพรุ่งนี้อาจหมดอาจหายไปได้
ในขณะที่ชีวิตยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง
เช่นเดียวกับวันเวลาที่มีวันนี้พรุ่งนี้ก็จะผ่านพ้นไปตามครรลอง
ในขณะที่ชีวิตดำเนินต่อหลุดพ้นวันเดือนปี
แม้แต่รูปร่างสังขารก็ใช่จะสามารถยึดเหนี่ยวให้ความมั่นคงได้
มีแต่ความรักเท่านั้นที่ถาวรมั่นคงยืนหยัดค้ำจุนชีวิตคู่
กระนั้นก็ดีความรักใช่จะเป็นอะไรสำเร็จรูปที่ได้มาง่ายๆ
หากแต่ต้องเริ่มต้องสานต่อต้องดูแลเอาใจใส่ต้องบ่มเลี้ยง
เฉกเช่นทุกชีวิตที่ต้องมีขั้นตอนการเติบโตการพัฒนา
ถึงแม้จะเริ่มจากความประทับใจความรู้สึกดี ๆ ความชอบ
แต่ต้องเลยลึกเข้าถึงใจเข้าถึงแก่นแห่งตัวตน
กระทั่งหลอมแต่ตัวตนเข้าเป็น“ใจเดียว” แล้ว “รักเดียว”ในที่สุด
กลายเป็นความรักยิ่งใหญ่สำหรับคุณสำหรับฉัน...เท่านั้น

ตราบใดที่ยังถือว่าความรักมีแก่นอยู่ใน “การมี” มากกว่า “การเป็น”
ความรักก็เป็นแค่ “มีความรัก” มากกว่า “เป็นความรัก”
หาก “มีความรัก” ได้ก็ “หมดความรัก” ได้ตามครรลองแห่งการมี
แต่ “เป็นความรัก” นั้นเป็นได้ตลอดไปตราบใดที่เป็นคน
ทั้งในภพนี้และภพหน้า •