ใน “โลกไซเบอร์” ทุกอย่างเป็นไปได้หมด
เพราะเป็น “โลกแสร้งว่า” ที่เนรมิตได้ทุกอย่าง
แค่หลุดลอยเข้าไป “โลกจริง” ก็หายวับไปกับตา
แม้กระทั่งเวลาก็เหมือนหยุดนิ่งอยู่กับที่
ผู้ที่คนที่พบเห็นเวียนแวะเข้าพูดคุยทักทายมีไม่จำกัด
แถมเลือกแถมควบคุมได้ตามใจชอบ
หากไม่ชอบไม่โดนใจก็ตัดทิ้งไปไร้ซึ่งเยื่อใยได้ทุกเวลา
หากถูกใจถูกชะตาก็คุยกันได้ข้ามวันข้ามคืน
รูปที่ส่งมาให้ดูต่างหน้าจะจริงจะปลอมไม่ต้องใส่ใจ
เพราะแม้แต่ชื่อแม้แต่อายุแม้แต่ฐานะยังไม่ใช่เรื่องสำคัญ
ตราบใดที่พอใจตราบใดที่ยังเติมเต็มให้อย่างสองอย่าง
ก็ถือว่าคุ้มระดับหนึ่งดีกว่าไม่มีใคร...

เธอแต่งงานแล้วก็จริงแต่เหมือนไม่ใช่เนื้อคู่ตัวจริง
ไม่ใช่ว่าสามีเธอจะไม่ดีไม่พร้อม
หากแต่ใจเธอยังรู้สึกโหยหาเกินไกลไปจากที่อยู่ข้างตัว
ก็เหมือนจิตใจคนเราที่ถมอย่างไรก็ไม่มีวันเต็ม
ได้ทุกอย่างที่สามารถกอบโกยเกี่ยวก้อยครอบครองแล้ว
ก็ยังให้รู้สึกยังมีอีกทีน่าจะได้มา
กระทั่งให้รู้สึกยากจนอดอยากขัดสนเหมือนยากไร้อยู่ดี
ไม่เคยมองไม่เคยสำนึกว่ามีอะไรให้ครอบครองแล้วบ้าง
เอาแต่จะสนใจหมกมุ่นว่ามีอะไรอีกตั้งมากมายที่ยังไม่ได้มา
ก็เลยเหมือนยากจนทั้งชีวิตทั้งที่ใจนั่นแหละที่ “อยากจน”
เธอจึงเข้าสู่ “โลกไซเบอร์” เสาะหาใครก็ได้ที่จะคุยด้วย
แล้วนั้นเหมือนฟ้าบันดาลให้เธอพบชายในฝันจนได้
พูดคุยถูกคอตรงใจอย่างที่ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน
ยิ่งพูดคุยเธอก็ยิ่งมั่นใจว่าเขาคือวิญญาณแฝดที่ตามหา
รู้ทั้งใจรู้ทั้งท่าทีรู้ทั้งความนึกคิดเหมือนสนิทกันมาจากชาติก่อน
กระทั่งมิตรภาพแปรเปลี่ยนเป็นความรักความผูกพันในที่สุด
แล้วจะมัวรออะไรอีกนอกจากจะพบหน้าพบตาตัวเป็นเป็นๆ
ให้สมกับที่ใจเรียกร้องเช้าเย็นมืดค่ำดึกดื่น
วันนั้นน่าจะเป็นวันอันสุขีสุขาหรรษาเริงรื่นหัวใจ
สถานที่นัดพบจะกลายเป็นสวรรค์ชั้นฟ้าที่มือสัมผัสถึง
เวลาที่นัดไว้ดูจะเชื่องช้าเนิ่นนานผ่านไปแต่ละนาทีช่างอ้อยอิ่ง
กระทั่งบัดนั้นที่หัวใจเธอเต้นแรงส่งสัญญาณการมาถึงของเขา
แต่พอเผชิญหน้ากันเท่านั้นทุกอย่างพังทลายลงต่อหน้าต่อตา
ก็ชายในฝันวิญญาณแฝดที่เฝ้าตามหาคือ...สามีเธอนั่นเอง
ข่าวบอกว่าเธอทั้งผิดหวังทั้งโกรธจนยั้งน้ำตาไม่อยู่
โพล่งพูดต่อว่าต่อขานด่าทอพร้อมประกาศหย่าขาดตรงนั้นเดี๋ยวนั้น
ข่าวบอกว่าตัวสามีก็รู้สึกช๊อครู้สึกผิดหวังรู้สึกถูกหลอกไม่แพ้กัน
ไม่ลังเลที่จะผสมโรงยืนยันหย่าเธอบัดนั้นที่นั่นเหมือนกัน
แม้ข่าวจะจัดให้เป็นเรื่องขบขันแต่เขาและเธอคงหัวเราะไม่ออก...

คนเราอยู่ด้วยกันเคียงข้างกันพูดคุยกันแต่รู้จักรู้ใจกันน้อยลง
ยิ่งสมัยนี้ที่เน้นวัตถุสิ่งของเงินทองเป็นหลักก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่
ถือว่าสิ่งที่ปรากฏแก่ตาสัมผัสได้แตะต้องถึงคือของแท้จริง
หารู้ไม่ว่าที่เห็นเป็นแค่ความจริงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับที่อยู่ลึกในใจ
ลงเอยสิ่งที่โหยหาสิ่งที่อยากพบอยากเห็นอยู่ข้างตัวแท้ๆ
กลับไม่เห็นกลับมองข้ามจนต้องรนหาไปทั่ว
บางครั้งสิ่งที่อยากมีอยากได้ก็มีอยู่แล้วในตัวเพียงต้องค้นหา
หลายครั้งคนที่น่ารักก็อยู่ข้างๆเพียงต้องมองลึกลงไปให้ถึงแก่น
อีกไม่น้อยครั้งความสุขที่รอนๆหาก็อยู่ในบ้านเพียงต้องนิ่งต้องสงบ
ที่สำคัญต้องอยู่กับ “โลกแห่งความเป็นจริง” และเลิกเสแสร้งเสียที
ไม่เช่นนั้นคงต้องหลอกตัวเองหลอกคนอื่น...ต้องเจ็บใจไปตาม ๆ กัน •