ครได้อ่านได้ฟังได้เห็นต้องประทับใจสุด ๆ
อย่างนี้ยังมีด้วยอย่างนี้ยังมีให้เห็นอีกหรือนี่
ในสังคมที่ทุกอย่างรวดเร็วรีบเร่งรวบรัด
แค่ดูแลตัวเองให้รอดปลอดภัยไปวัน ๆ ก็บุญแล้ว
ที่จะสนใจให้ความช่วยเหลือคนอื่นไม่ต้องพูดถึง
ใจหนึ่งก็อยากจะใส่ใจทุกข์สุขคนรอบข้าง
ถึงอย่างไรลึก ๆ ก็ยังมีมนุษยธรรมในแก่นแห่งคน
แต่แค่สลวนธุระตนเองความเป็นอยู่คนใกล้ตัวก็หมดเวลาแล้ว
เวลาแต่ละวันมียี่สิบสี่ชั่วโมงเหมือนก่อนก็ยังรู้สึกน้อยลง
อีกใจหนึ่งก็ไม่กล้าจะยื่นมือช่วยเหลือใคร
คนทุกวันนี้เห็นหน้าไม่รู้ใจจนต้องระแวดระวังไปทุกอย่าง
ลงเอยต้องท่องคาถา “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” เหมือนเดิม
กระทั่งวันนั้นมีข่าวไม่คิดไม่ฝันจากประเทศจีน
ต่อมสำนึกของผู้รับรู้รับเห็นต้องถูกสะกิดอย่างแรง
กลางสะพานข้ามถนนสูงขึ้นไปมีคนมุงทั้งด้านซ้ายด้านขวา
ทั้งคนที่มุงบนสะพานทั้งริมถนนกำลังมองขึ้นไปกลางสะพาน
หนุ่มน้อยวัยสิบหกยืนอยู่ด้านนอกสะพานมือเกาะราวตัวคนเดียว
ในชุดกางเกงดำเสื้อขาวปล่อยชายหลังเปียกชุ่มด้วยเหงื่อ
ท่าทางบวกเสียงที่ตะโกนบอกความปวดร้าวสิ้นหวังหมดอาลัยตายอยาก
พร้อมยืนยันมุ่งมั่นจะทำสิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ในชีวิตนี้
ก่อนนี้เขาเคยมีพร้อมทั้งพ่อทั้งแม่ทั้งครอบครัวอบอุ่น
กระทั่งแม่จากไปตามด้วยแม่ใหม่ที่เข้ามาในบ้าน
พ่อคิดว่าผู้หญิงคนนี้จะเข้ามาถมช่องว่างที่แม่ทิ้งไว้
แต่ก็ต้องผิดหวังทั้งพ่อทั้งลูกเมื่อเธอเป็นภรรยาเป็นแม่แค่ในนาม
ในขณะที่พฤติกรรมเธอนั้นเอาแต่กอบโกยเงินทองทรัพย์สิน
กระทั่งไม่มีอะไรเหลือให้ฉกฉวยแล้วเธอออกจากบ้านไป
ทิ้งให้พ่อจมอยู่ในความทุกข์ปล่อยให้ลูกบ้านแตกสาแหรกขาด
เกินกว่าที่จิตใจละเอียดอ่อนแบบเขาจะทนต่อไปได้
ต้องเจ็บปวดที่เห็นพ่อทุกข์ต้องร้าวรานกับการถูกทรยศ
จนต้องหนีออกมาไปให้ห่างไปให้พ้นไปไหนก็ได้
ไม่ต่างกับเรือน้อยเชือกสมอขาดพายหลุดมือไหลล่องไปตามน้ำ
จนสายวันนั้นจึงตัดสินใจจะจบทุกอย่างเสียที
เห็นเดินขึ้นไปกลางสะพานข้ามถนนปีนออกมายืนด้านนอก
มือข้างหนึ่งเกาะราวสะพานอีกข้างกำมีดสั้นหันหลังให้ถนน
ปากก็พรั่งพรูความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่เต็มอกเหมือนตัดพ้อ
อย่างน้อยก็เป็นโอกาสแฉเบื้องหลังชีวิตที่ร้าวรานให้ใครก็ได้รับรู้
พร้อมกับร้องห้ามไม่ให้ใครเข้าใกล้แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ทุกคนได้แต่ยืนนิ่งใจเต้นระทึกทั้งสงสารทั้งฉงนทั้งเห็นใจ
ยกเว้นหญิงสาววัยสิบเก้ากับญาติผ่านมาทางนั้น
ทันที่ที่รับรู้รับฟังเรื่องราวก็เดินตรงขึ้นสะพานด้วยท่าทีเด็ดเดี่ยว
พร้อมกับโกหกเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทุกอย่างนี้เพราะเธอแท้ๆ
“นั่นแฟนฉัน ที่เขากำลังสติแตกก็เพราะฉัน ให้ฉันไปพูดกับเขา...”
ทันทีที่เข้าใกล้เขาเธอก็ร้องไห้ออกมาเสียงดังจนเขางุนงงชั่วขณะ
แต่ละอย่างที่เขาระบายออกมานั้นเหมือนกับสิ่งที่เธอเจาะเจอมา
ครอบครัวแตกต้องดิ้นรนต่อสู้ตัวคนเดียวแทบถอดใจหลายครั้ง
แต่ทุกวันนี้เธอยืนหยัดอยู่ได้ด้วยตัวเอง...ทำไมเขาจะทำไม่ได้
ทั้งเสียงพูดทั้งเสียงตัดพ้อทั้งเสียงสะอึกสะอื้น...สองคนเธอกับเขา
แล้วจู่ ๆ เธอก็กอดคอจูบเขาเหมือนคนรักคนรู้ใจคนเห็นอกเห็นใจ
เป็นวินาทีนั้นเองที่เจ้าหน้าที่พุ่งเข้ามาช่วยชีวิตเขาไว้
“ตอนที่เดินเข้าไปจูบเขาฉันไม่ได้คิดอะไรมาก...” เธอบอก
“เพียงคิดจะปลอบและสงบสติอารมณ์เขา...จะได้ไม่ทำเรื่องเลวร้าย”
เธอชี้แจงก่อนขอตัวไปทำธุระกับญาติที่มาด้วยกัน
ปล่อยให้ผู้คนที่อยู่ที่นั่นตะลึงก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นชื่นชมสรรเสริญ
น่าเสียดายหากจะเป็นแค่ชื่นชม...ถ้าไม่คิดจะทำเช่นกัน •