นเราหากไม่เห็นในคุณค่าแห่งตนก็ไม่มีอะไรต้องเสีย
จะทำตัวอย่างไรก็ได้แล้วแต่สถานการณ์พาไป
จะทำอะไรก็ได้ที่อารมณ์ในขณะนั้นโหม
จะพูดอะไรก็ได้แล้วจะปากจะอยาก
จะไปไหนไปได้หมดแล้วแต่ใจต้องการ
เพราะเมื่อไม่รู้สึกในแก่นแห่งคุณค่าตัวตน
ก็ต้องออกนอกตัวหาความสนุกความตื่นเต้น
ไม่มีอะไรที่น่าอึดอัดเท่ากับการต้องอยู่กับตัวตนที่ว่างเปล่า
ทั้งอึดอัดทั้งเหงาทั้งเดียวดายทั้งเบื่อหน่ายทั้งวังเวง
แม้จะเปิดเพลงกระหึ่มแม้จะนั่งหน้าโทรทัศน์เสียงสนั่น
แต่ก็ไม่วายอึดอัดเหงาเบื่อวังเวง...ยิ่งกว่า
เพราะเพลงมีไว้ฟังโทรทัศน์มีไว้ดู...สองคนขึ้นไป
หากชื่นชมในคุณค่าแห่งตนก็มีตนเป็นเพื่อน
ถึงจะอยู่คนเดียวก็เหมือนอยู่กับเพื่อนซี้เพื่อนรู้ใจ
เฉกเช่นกายกับใจที่เป็นดังคู่แฝด
บางครั้งก็เป็นอันหนึ่งเดียวกันแน่นแฟ้น
เมื่อกายเป็นในสิ่งที่ใจอยากยามที่ใจเป็นในสิ่งที่กายปรารถนา
บางครั้งก็ห่างเหินไกลกันเหมือนคนแปลกหน้า
เมื่อกายแข็งข้อกับใจเมื่อใจขัดแย้งกับกาย
ไม่ต่างกับเพื่อนรักเกิดทะเลาะเกิดขัดใจกัน
ถึงจะเป็นคนเดียวแต่ก็มีหลากหลายมิติหลากหลายส่วน
ถึงจะอยู่คนเดียวตามลำพังก็เหมือนอยู่กับมากคน...

ตั้งแต่เกิดมาแต่ละคนมีคุณค่าติดตัวมา
ความรักความอบอุ่นของพ่อแม่ช่วยลูกให้มั่นใจในคุณค่าแห่งตน
คำพูดคำชมของคนรอบข้างตัวทำให้เด็กเชื่อมั่นในคุณค่าที่มี
ทำให้กล้าพูดกล้าทำกล้าแสดงออกกล้าคิดกล้าสร้างสรรค์
แต่พอความรักความอบอุ่นที่ควรได้กลับไม่ได้
ก็เริ่มไม่มั่นใจเริ่มไม่เชื่อมั่นเริ่มสับสน
ยิ่งเห็นพ่อแม่ให้เวลาแก่อย่างอื่นจนแทบไม่มีเวลาอยู่ใกล้ชิด
การเปรียบเทียบก็ตามมาโดยปริยาย
เปรียบเทียบกับเงินทองข้าวของที่พ่อแม่ทุ่มเทให้สุดตัว
เปรียบเทียบกับพี่คนโปรดน้องคนรักของพ่อแม่
เปรียบเทียบกับลูกหัวแก้วหัวแหวนของบ้านนั้นบ้านนี้
แล้วนั้นก็เป็นความน้อยใจก่อนจะกลายเป็นปมด้อย
จากนั้นก็เป็นการเรียกร้องความสนใจในทุกรูปแบบ
ร้องไห้อย่างไม่มีเหตุผลทำตัวน่าสงสารได้ในทุกกรณี
หนักเข้าก็ทำเป็นป่วยไม่มีแรงกินไม่ลงนอนไม่หลับ
พอเรียกร้องความสนใจไม่ได้ตามคาด
ก็ต้องทำอะไรสักอย่าง...อะไรก็ได้...จนได้
เมื่อไม่ได้รับความสนใจก็ทำให้ต้องปวดหัว
เมื่อไม่ได้รับความชื่นชมก็สร้างปัญหาให้ต้องแก้
ในเมื่อพ่อแม่ไม่แคร์ความรู้สึกฉัน
แล้วทำไมฉันจะต้องแคร์ความรู้สึกของพ่อแม่
กลายเป็นความแตกหักทางอารมณ์ทางจิตใจทางสายสัมพันธ์
กระทั่งไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว...

ในขณะที่ทุกฝ่ายหาทางแก้ “ปัญหา” ทั้งเด็กทั้งวัยรุ่น
ทุกคนมองว่าเป็น “ปัญหาของเด็กของวัยรุ่น” ยุคนี้
แต่กลับไม่มองว่าเป็น “ปัญหาของผู้ใหญ่” ยุคนี้เช่นกัน
และหากทำใจเป็นกลางมีความจริงใจกันให้มากกว่านี้
ก็คงต้องยอมรับว่าเป็น “ปัญหาผู้ใหญ่” นั่นแหละ
ที่ก่อให้เกิด “ปัญหาเด็กปัญหาวัยรุ่น” ที่เห็น ๆ กันอยู่
จึงน่าจะร่วมกันแก้ปัญหา...โดยไม่โทษใคร •