เมื่อคนพอใจกับค่าครองชีพมีอาหารการกินสมบูรณ์
ก็เริ่มหันมาให้ความสนใจกับความสวยความงานมากขึ้น
หมดปัญหาปากท้องก็เริ่มเห็นปัญหาทรวดทรงรูปร่างหน้าตา
กินอร่อยกินบ่อยกินดีร่างกายพลอยอุดมสมบูรณ์พูนสุข
เผลอหน่อยเดียวปัญหาเสื้อผ้าก็ตามมาติด ๆ
แต่อย่างว่าของเคยกินของเคยอร่อยปากจะงดจะเลิกก็กระไรอยู่
กลางวันพยายามอดพยายามลดกลางคืนก็เก็บไปฝันกินฝันดื่ม
จนท้องไส้ต้องปั่นป่วนด้วยน้ำย่อยที่หลั่งออกมาเก้องวดแล้วงวดเล่า
ที่สุดต้องพึ่งพาคลินิกลดความอ้วนที่ผลุดขึ้นมายังกับดอกเห็ด
เสียทั้งค่าอาหารเสียทั้งค่าเผาผลาญไขมันด้วยจำใจ
ถึงกระนั้นยังมีต้องเงินเหลือสำหรับความสวยความงาม
เครื่องสำอางแบรนด์นอกแบรนด์ในมีให้เลือกได้ทุกขนาดกระเป๋าเงิน
มีให้ทามีให้พอกมีให้วาดจนแทบจำพื้นหน้าเดิมไม่ได้
ยังไม่หนำใจก็มีคลินิกศัลยกรรมตัดต่อเติมแต่งใบหน้าได้ตามอยาก
เลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกหน้าตาที่ต้องการได้หากเงินถึง
กระทั่งประชันโฉมกันบนเวทีแต่ละครั้งยังต้องกังขา
งามด้วยธรรมชาติหรือสวยด้วยมีดหมอศัลยกรรม
ต่อไปนอกจากจะจัดประชันโฉมผู้เข้าประกวดแต่ละคนแล้ว
ยังต้องจัดประชันฝีไม้ลายมือของคลินิกความงามควบคู่ไปด้วย...

ในเมื่อความสวยความงามเป็นกระแสร้อนแรงขึ้นทุกวัน
กระทั่งกลายเป็นลัทธิที่บูชาความสวยความงามเป็นพระ
พร้อมสละทุกอย่างบูชาทุกสิ่งเพียงเพื่อได้มาตามที่เป็นข่าว
“สาวยอมตายดีกว่าไม่สวย...”  แค่โปรยข่าวก็ต้องสะดุ้ง
“แม้อายุต้องสั้นลงสิบปีก็ยังเต็มใจสู้...” จริงจังกันถึงขนาดนี้
“นักศึกษาสาวเมืองผู้ดีอังกฤษเปิดใจให้โลกรู้ว่า
พวกเธอร้อยละสามสิบยินดีอายุสั้นลงสักหนึ่งปีเสียดีกว่า
ขอให้มีรูปทรงสวยงามอย่างที่นิยมกันอยู่เถอะ...”

ในขณะที่สามัญชนคนทั่วไปอยากจะมีอายุยืน
อาหารเสริมยาอายุวัฒนะมีกี่อย่างกี่ชนิดคว้าได้คว้าไว้หมด
แค่ยืดอายุได้ปีสองปีก็ถือว่าคุ้มนักคุ้มหนาแล้ว
แต่พวกเธอกลับเห็นว่าความสวยความงามมีค่ากว่าชีวิต
“ยิ่งกว่านั้นร้อยละสิบบอกอย่างหนักแน่นว่า
แม้จะต้องจบชีวิตน้อยกว่าคนอื่นสองถึงห้าปีก็ยังถือว่าคุ้ม...”
นี่ก็จริงจังจน “สุด” โต่งแล้วแต่ก็ยังมี “หลุด” โต่งกว่านั้นอีก
“ยิ่งกว่านั้นยังมีสาวอีกร้อยละสามที่ใจเด็ดยิ่งกว่า
ยอมให้อายุสั้นลงถึงสิบปีเพียงขอให้สวยเท่านั้น...”...

หากมองในแง่ของลำดับคุณค่าก็คงต้องทำใจคล้อยตาม
เพราะคนเรามักให้ความสำคัญแก่คุณค่าที่ตั้งไว้
และเพื่อจะได้มาซึ่งคุณค่านั้น ๆ ก็พร้อมจะสละคุณค่ารองลงมา
ในแง่หนึ่งก็ต้องชื่นชมกับความจริงจังของพวกเธอ
ในเมื่อตั้งความสวยไว้เป็นคุณค่าอันดับแรก
พวกเธอจึงพร้อมพวกเธอจึงกล้าแลกกับคุณค่าอันดับรอง
ในอีกแง่หนึ่งคงไม่เห็นด้วยกับอันดับคุณค่าที่พวกเธอตั้ง
ระหว่างชีวิตกับความสวยคุณค่าน่าจะต่างกันลิบลับ
ยิ่งคำนึงว่าความสวยกับความงามเป็นคนละคุณค่ากัน
เพราะสวยอยู่แค่ระดับผิวหน้าในขณะที่งามเข้าถึงแก่นแห่งใจ
ภาษาไทยก็ระบุความหมายของคำไว้ได้ชัดเข้าถึงแก่นแห่งคำ
“งาม” หมายถึงลักษณะที่ชวนพึงใจ...ใจงาม งามสดใส
งามจับจิตจับใจ งามละมุนละไม งามพิศ งามน่ารัก งามสุดซึ้ง
“สวย” มักใช้กับรูปลักษณ์...ตาสวย สวยหยาดเยิ้ม สวยพริ้ง...
หากเข้าถึงความหมายแห่งคำคุณค่าที่ตั้งกันไว้คงต้องคิดใหม่
เพราะตั้งลำดับผิดทั้งชีวิตต้องตรม...เสียชาติเกิด...เปล่า ๆ •