วามผิดหวังกลายเป็นความแปลกใจงุนงง
เมื่อกลับมาบ้านเกิดหลังจากที่จากไปไม่นาน
ทุกอย่างดูเหมือนเดิมแต่ท่าทีของคนรอบข้างเปลี่ยนไป
บ้างก็ชื่นชมแต่ดูเหินห่างบ้างทำเฉยเมยเหมือนไม่รู้จัก
ไม่น้อยคนแววตาฉายความอิจฉาริษยารับไม่ได้
บรรยากาศของการกลับมาบ้านดูอึมครึมตั้งแต่มาถึงแล้ว
เหมือนข้อมูลมาถึงก่อนหน้านั้นเป็นระยะ
เยซูแห่งนาซาแร็ธที่กลายเป็นที่กล่าวขวัญโจษจันไปทั่ว
ทั้งเทศน์สอนอย่างมีอำนาจทั้งทำอัศจรรย์ทั้งมีคนติดตาม
ก่อนหน้านี้สามสิบปีไม่มีอะไรพิเศษไม่มีอะไรน่าทึ่ง
หลายคนเห็นเติบโตมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก
หลายคนเป็นเพื่อนร่วมวัยวิ่งเล่นกันมา
หลายคนมาใช้บริการซ่อมโต๊ะซ่อมเก้าอี้ซ่อมประตูหน้าต่าง
หลายคนฟังอ่านพระคัมภีร์ฟังคำอธิบายในศาลาธรรม
แทบทุกคนรู้จักแม่มักคุ้นพี่น้องชายหญิง
แล้วจู่ๆก็ทำตัวเป็นประกาศกประกาศคำสอนใหม่ๆไปทั่ว
แม้ธรรมาจารย์แม้คัมภีราจารย์ก็ยังต้องทึ่งยังต้องอึดอัด
จริงๆแล้วบรรยากาศนี้ก่อตัวบ่มเพาะมาได้ระยะหนึ่งแล้ว
ประสาคนอยู่ด้วยกันเห็นหน้าค่าตาคุ้นเคยกันมา
การไม่อยากให้ใครเด่นใครดังใครเกินหน้าเกินตา
เป็นความรู้สึกที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับสังคมปิดสังคมแคบ
พอได้ยินอ่านพระคัมภีร์ได้ยินคำอธิบายฉะฉานไม่ซ้ำใคร
ความรู้สึกที่พยายามเก็บกดไว้ก็พรั่งพรูออกมาดังเขื่อนแตก
“เขาไปได้ความรู้ความฉลาดแหลมคมนี้มาจากไหนกันนี่?”
ก่อนนี้ไม่เคยเห็นไม่เคยได้ยินไม่เคยรู้ไม่เคยมีวี่แวว
จึงไม่อยากจะคิดว่ารู้ไม่อยากจะยอมรับว่าฉลาดเอง
เลยฟันธง “ต้องไปได้มาจากไหนสักแห่ง”
“แล้วอัศจรรย์ที่ทำกับมือนั้นทำได้อย่างไร?”
ถึงไม่ได้พูดแต่ก็คิดว่าไปได้ฤทธิ์มาจากใครสักคน
แม้กระทั่งบรรดาหัวหน้าประชาชนก็ยังยืนยันในเวลาต่อมา
“เขาทำอัศจรรย์ได้ก็เพราะอำนาจจากหัวหน้าปีศาจ”
นอกนั้นเขาก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล
“ก็แค่ช่างไม้ลูกของมารีย์เป็นพี่น้องยากอบโยเสทซีมอน...”
ทุกคนยังอยู่ในหมู่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตาชีวิตเรียบง่าย
“ถ้าเก่งจริงลองทำอัศจรรย์ให้เราเห็นหน่อยสิ”
เหมือนจะตัดพ้อต่อว่าทีที่อื่นทำใหญ่ทำโตทำได้ทำดี
ในขณะที่บ้านเกิดแท้ๆกลับไม่ทำอะไรสักอย่าง
พอถูกตอบกลับว่าประกาศกไม่เคยเป็นที่ชื่นชมในบ้านเมืองตนเอง
ความรู้สึกที่ทับถมอยู่เต็มอกเปลี่ยนเป็นความกริ้วโกรธเคียดแค้น
ถึงขนาดฉุดกระชากลากตัวไปถึงยอดเนินหลายผลักให้ตกมาตาย

“พระเยซูเจ้าทรงทำอัศจรรย์ที่นั่นไม่ได้...” มาระโกรายงาน
ทุกคนพากันปิดกั้นด้วยอคติด้วยการไม่ยอมรับ
ตราบใดที่พระเยซูเจ้าไม่ยอมเป็นอย่างที่พวกเขาต้องการให้เป็น
เป็นชาวบ้านเป็นช่างไม้เป็นคนที่เคยรู้จักมักจี่เห็นกันมา
เป็นพวกเขาที่จะกำหนดให้พระองค์เป็นให้บทบาทพระองค์เล่น
ในเมื่อไม่เป็นในเมื่อไม่ยอมเล่นตามบทบาทพวกเขาก็ไม่เล่นด้วย
ประวัติศาสตร์ก็ยังซ้ำรอยมาโดยตลอดทุกยุคทุกสมัย
เมื่อศิษย์ของพระเยซูเจ้ามีท่าทีเดียวกันกับชาวนาซาแร็ธ
ทำเป็นว่ารู้จักพระองค์แล้วรู้จักพระองค์ดีรู้ทุกสิ่งที่พระองค์สอน
หากมีอะไรแตกต่างไปกว่านั้นถือว่าไม่ใช่
นอกจากจะกำหนดให้พระองค์เป็นอย่างที่ต้องการแล้ว
ยังทำให้พระองค์เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ผ่านพ้นไปแล้ว
คำพูดคำสอนของพระองค์ก็เป็นแค่เอกสารบันทึกเก็บเข้าตู้

จึงไม่แปลกที่พระองค์ไม่สามารถทำอะไรให้ได้เลย... •