ช่วงหน้าฝนต้องให้การดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ
โอกาสจะเปียกฝนมีได้เสมอ
แม้ดูฝนจะเป็นใจตกช่วงเลิกงานเลิกเรียน
แต่ก็มีสิทธิ์เปียกมีสิทธิ์โดนละอองโดนลม
แค่เผลอหน่อยเดียวแค่คิดว่าไม่เป็นไรมาก
อาการก็เริ่มสำแดงคัดจมูกน้ำมูกไหลปวดหัวเป็นไข้
ครั้นจะไม่ออกไปไหนครั้นจะไม่ยอมให้โดนฝนก็คงยาก
เพราะชีวิตต้องดำเนินต่อไปแม้จะเข้าช่วงฤดูฝน
ครั้นจะไม่ให้ฝนตกเลยก็ยิ่งยากยิ่งเป็นไปไม่ได้
นอกจากขัดต่อครรลองแห่งธรรมชาติแล้ว
หลายคนหลายแห่งยังต้องมีฝนต้องการฝนเพื่อความอยู่รอด
ไม่มีฝนไม่มีผลผลิตไม่มีฝนไม่มีน้ำกินน้ำอาบทั้งคนทั้งสัตว์
ถึงคนในเมืองไม่อยากได้ฝนไม่อยากให้มีฝนตกให้ต้องเฉอะแฉะ
แต่คนในเมืองยังต้องกินข้าวกินน้ำกินเนื้อสัตว์กินผักกินผลไม้
จึงต้องการฝนไม่น้อยกว่าคนในชนบท
ทางที่ดีต้องหามาตรการป้องกันดูแลสุขภาพไว้ก่อน
สงสารเด็กๆช่วงนี้ที่มีการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อย
ต้องหยุดเรียนทั้งเด็กป่วยทั้งเด็กไม่ป่วยเน้นปลอดภัยไว้ก่อน
อันที่จริงโรคนี้มีสัญญาณเตือนจากประเทศเพื่อนบ้านแล้ว
แต่บ้านเรายังตายใจไม่คิดว่าจะระบาดเข้าบ้านเข้าเมือง
คนที่เตือนคนที่บอกให้ระวังก็ถูกมองว่ามองโลกแง่ร้าย
หาว่าชอบตีโพยตีพายกระต่ายตื่นตูมตีตนก่อนไข้
เที่ยวทำให้คนอื่นกลัวทำให้คนอื่นขวัญหนีดีฝ่อ
กระทั่งข้าศึกยกทัพประชิดประตูเมืองนั่นแหละ
จึงเริ่มตระหนักเริ่มหามาตรการแก้ไขเยียวยา
ทั้งนี้และทั้งนั้นเอาแต่มองโลกแง่ดีไว้ก่อน
จนไม่คิดจะมองโลกในแง่ความเป็นจริง
แทนที่จะกันไว้ดีกว่าแก้กลับปล่อยให้แย่จนแก้ไม่ทัน...

ในทำนองเดียวกันกับสุขภาพจิตสุขภาพใจ
การรู้จักมองโลกแง่ความเป็นจริงเป็นตัวแปรสำคัญ
เพราะเป็นการมองด้วยใจเป็นกลางมองด้วยข้อมูล
ใจเป็นกลางเพราะทุกอย่างในโลกใบนี้มีทั้งแง่ดีและแง่เสีย
เหมือนเหรียญบาทมีด้านหัวด้านก้อย
บางอย่างก็มีแง่ดีมากแง่เสียน้อย
อีกบางอย่างก็แง่เสียมากแง่ดีแทบหาไม่ได้
แต่นั่นคือความเป็นจริงแห่งสรรพสิ่งสรรพสัตว์
หากมองเฉพาะแง่ดีไปหมดจนมองข้ามแง่เสีย
ก็คงต้องผิดหวังต้องเสียใจต้องทำใจ
หากมองเฉพาะแง่เสียจนมองไม่เห็นแง่ดี
ก็คงต้องผิดหวังต้องเสียใจต้องทำใจไม่น้อยกว่ากัน
ทั้งนี้และทั้งนั้นเพราะไม่ได้มองตามความเป็นจริง
และเพื่อจะมองแต่ละอย่างได้ตามความเป็นจริง
ก็ต้องมองด้วยข้อมูลมองด้วยข้อเท็จจริงเป็นหลัก
ไม่เช่นนั้นก็เป็นการมองแบบยกเมฆมองแบบนั่งเทียนเขียน
จะรู้ว่าสุขภาพไม่แข็งแรงไม่สมบูรณ์
ก็ต้องสังเกตอาการเจ็บอาการป่วยอาการเพลียอาการหน้ามืดตาลาย
แต่ละอาการผิดปกติคือสัญญาณร่ำบอกร่ำเตือนจากร่างกาย
พร้อมกับเรียกร้องให้มีการวิเคราะห์การวินิจฉัยให้รู้แน่
ตามด้วยการบำรุงบำบัดเยียวยารักษาป้องกัน...ในที่สุด
จะรู้ว่าสุขภาพศีลธรรมจริยธรรมในสังคมเสื่อมลง
ก็ต้องสังเกตอาการสำแดงทางข่าวร้ายข่าวเสื่อมเสียที่รับรู้แต่ละวัน
แต่ละอาการผิดปกติคือสัญญาณร่ำบอกร่ำเตือนจากสังคม
พร้อมกับเรียกร้องให้วิเคราะห์ให้วินิจฉัยให้รู้ที่มาที่ไป
ตามด้วยมาตรการแก้ไขเยียวยาหาทางออกด้วยกันทุกระดับ
โดยเฉพาะคนที่เป็นผู้นำเป็นผู้อบรมสั่งสอน...จะได้ไม่สายเกินแก้ •