แม้ลูกค้าแต่ละคนง่วนกับอาหารโอชะที่เลือกสั่งมาเต็มโต๊ะ
แต่ก็ไม่วายหันไปมองหาต้นเสียงนกร้องที่ดังมาเป็นระยะ
ที่จริงเสียงนกร้องในบริบทแมกไม้ริมน้ำที่ร้านตั้งอยู่จะไม่ขาดสาย
ยิ่งยามเย็นแดดร่มลมตกนกนานาพันธุ์มีให้เห็นจนชินตา
ต่างส่งเสียงร้องประชันเหมือนจะพากันสั่งลาอาทิตย์อัศดง
ทว่าเสียงนกตัวนี้ทั้งดังทั้งหยาบเหมือนไม่พอใจอะไรบางอย่าง
ถึงจะตัวโตผิดนกเอี้ยงโครงทั่วไปแต่กรงก็กว้างใหญ่ลมโกรก
ของกินน้ำท่าก็มีพร้อมจัดไว้ให้เป็นสัดเป็นส่วน
“น่าจะพอใจแล้วนะ...” เสียงใครคนหนึ่งพูดพอได้ยิน
“ถือว่าเป็นนกที่โชคดีกว่าทุกตัว...
 ตัวอื่นต้องบินหากินตามมีตามเกิดแต่เช้าจรดเย็น
แต่นกตัวนี้มีอาหารมาให้ถึงปากแทบไม่ต้องขยับเขยื้อน
กินไปขี้ไปได้ทั้งวันไม่ต้องหวาดระแวงอันตรายใด
แถมปลอดภัยไม่ต้องโดนแดดโดนฝนโดนคนไล่ล่า...”
ตามด้วยเสียงเห็นด้วยจากวงข้าววงน้ำเปลี่ยนนิสัย
“แต่จะว่าไปแล้ว...” เสียงไม่เห็นด้วยแทรกขึ้นมาทันควัน
“มันผิดธรรมชาตินกที่มีปีกไว้โผบินไปโน่นไปนี่
จะมีอะไรดีเท่ากับอิสรภาพไม่ต้องง้อถนนหนทางแบบเรา
อยากจะไปไหนก็บินลัดฟ้าข้ามน้ำข้ามดินพ้นยอดไม้
อยากจะแวะลงที่ไหนก็ได้ไม่ต้องหาพื้นที่หาทำเลให้ยาก
กิ่งไม้ยอดไพรเลือกเกาะเลือกนอนเลือกทำรังได้หมด
แต่แล้วต้องจำใจอยู่อย่างนี้มีปีกก็ใช้ไม่ได้มีอิสรภาพก็ถูกจำกัด
ถึงเจ้าของจะยืนยันว่านกในกรงหนึ่งตัวมีค่ากว่านกในป่านับพัน
พูดยังไงยืนยันแค่ไหนก็ใช่ว่าจะดูดีขึ้นสำหรับตัวนกเอง
ใจมันก็ยังคงโหยหาอิสรภาพโหยหาฟากฟ้าที่ไร้ขอบอยู่ดี
หากนกมันพูดได้ก็คงต้องบ่นต้องพร่ำไห้ต้องยืนยัน
มันถูกสร้างมาให้มีชีวิตในโลกไร้พรมแดนไร้ขีดจำกัด
แต่แล้วต้องลงเอยมีชีวิตไปวันๆกับกรงสี่เหลี่ยมนี้
ได้แต่เฝ้ามองท้องฟ้าดูนกเล็กนกใหญ่โผบินส่งเสียงร้อง
ทั้งนี้และทั้งนั้นเพราะคนคิดแทนมันแท้ๆ...”
สิ้นเสียงพูดมีช่วงระยะสั้นๆแห่งความเงียบรอบโต๊ะอาหาร
ตามด้วยเสียงช้อนส้อมกระทบจานข้าว
สลับกับเสียงก้อนน้ำแข็งกระทบกันในแก้วน้ำเป็นฟอง
ในขณะที่เสียงนกตัวนั้นเงียบไปพักใหญ่แล้ว...

จะว่าไปแล้วความคิดเห็นทั้งสองฝ่ายดูมีเหตุมีผล
มากด้วยความปรารถนาดีอย่างเห็นได้ชัด
แต่ก็เป็นแค่มุมมองของคนฝ่ายเดียว
โดยที่ตัวนกเองหาได้มีสิทธิ์แสดงความเห็นแต่อย่างใด
อย่าว่าแต่นกเลย...คนก็ยังปฏิบัติกันไม่แตกต่าง
รักใครก็มักจะคิดเสร็จสรรพต้องให้แค่นี้ต้องทำเท่านั้น
ไม่คิดจะถามอีกฝ่ายหนึ่งว่าต้องการอะไรให้ทำอย่างไร
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความคิดเห็นความชอบความสะดวกของคนรัก
แล้วก็เหมาว่านั่นคือสิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งต้องการต้องชอบ
เพราะฉันชอบฉันของฉันอย่างนั้นต้องการของฉันอย่างนั้น
กลายเป็นว่าฉันรักตัวฉันในคนที่ฉันคิดจะรักคิดว่ารัก
พ่อแม่รักลูกอย่างที่พ่อแม่ต้องการพ่อแม่ชอบ
พอลูกไม่ปลื้มไม่ชื่นชอบก็หาว่าไม่มีความกตัญญูกตเวที
เคยหรือเปล่าที่จะถามลูกว่าอยากให้พ่อแม่รักอย่างไร
ครูบาอาจารย์รักศิษย์รักนักเรียนอย่างที่ครูเห็นดี
พอศิษย์เรียนไม่เข้าใจนักเรียนไม่คล้อยตามก็หาว่าไม่ใฝ่ดี
เคยหรือเปล่าที่จะถามว่าศิษย์อยากให้ครูรักอย่างไร
เช่นเดียวกับเพื่อนรักเพื่อนญาติรักญาติผู้ใหญ่รักเด็ก
ไม่เช่นนั้นก็คงไม่ต่างกับนกเอี้ยงโครงตัวนั้น
ต้องส่งเสียงร้องเรียกความสนใจไปเรื่อย...ในกรงที่ชื่อรัก •