หญิงทุกคนเกิดมาก็เป็นแม่โดยแก่นแห่งธรรมชาติ
ทั้งในสรีระทั้งในความคิดความอ่านทั้งในอารมณ์ความรู้สึก
ความต้องการรักต้องการให้ชีวิตต้องการดูแลเอาใจใส่
แม้ยังแยกไม่ออกเป็นหญิงเป็นชายความเป็นแม่ก็ปรากฏแล้ว
ตุ๊กตากลายเป็นลูกตั้งแต่ยังเรียกแม่ไม่ชัดถ้อยชัดคำ
ความเป็นแม่และความเป็นหญิงนั้นแยกกันไม่ออก
ถึงจะไม่ให้กำเนิดชีวิตใหม่หญิงก็ยังมีสำนึกแห่งแม่อยู่ดี
ยิ่งเติบโตมาใกล้ชิดกับแม่รับรู้ความรู้สึกของแม่
ความเป็นแม่ในหญิงก็ยิ่งจะฝังแน่นเป็นแก่นธรรมชาติ
จนแม่คนนี้จึงซึมซับรับทุกอย่างมาก่อนจะเป็นแม่ด้วยซ้ำ
ความรักความเป็นห่วงที่แม่มีต่อลูกแต่ละคน
ความเสียสละการทุ่มเทเพื่อความอยู่ดีมีสุขของลูกทุกคน
แม่รับมาเต็ม ๆ ตั้งแต่ยังเป็นพี่เป็นน้องในบ้านแล้ว
ให้การดูแลเอาใจใส่รับใช้ช่วยเหลือพี่น้องไม่ต่างจากพ่อจากแม่
กระทั่งกลายเป็นนิสัยถือทุกข์สุขคนอื่นเป็นของตัว
แม้เมื่อมีครอบครัวมีลูกแยกบ้านแยกเรือนไป
ก็ยังอดไม่ได้ที่จะคิดแทนห่วงแทนเป็นธุระแทนครอบครัวพี่น้อง
ถึงจะเป็นหลานก็ถือยิ่งกว่าลูกทำอะไรได้ทำให้หมดไม่ต้องขอ
แถมยังกำชับลูกให้ทำนั่นอดนี่เสียสละเพื่อพ ี่ๆ น้อง ๆ
“เราเป็นครอบครัวใหญ่เดียวกันต้องรักกัน...” แม่สอน
จนแม่กลายเป็นคนคิดมากขี้กังวลวิตกจริตไปทุกเรื่อง
ลูกไปทำงานลูกไปเรียนความคิดจิตใจแม่ตามไปด้วยทุกครั้ง
คิดห่วงลูกจะเดินทางปลอดภัยรถราไม่เสียกลางทาง
ลูกเข้าได้กับเพื่อนเป็นที่รักของผู้ร่วมงานเป็นที่ชื่นชมของหัวหน้า
เดินขึ้นลงเข้าออกบ้านเข้าครัวเข้าสวนแต่ก็เงี่ยหูฟังเสียงโทรศัพท์
กระทั่งเสียงรถเสียงลากประตูเหล็กพร้อมเสียงหมาเห่านั่นแหละ
แม่จึงเริ่มรู้สึกผ่อนคลายหายห่วงสบายใจ
แต่หากลูกกลับผิดเวลาแต่ละนาทีกลายเป็นตรีทูตทางใจ
“หัดปล่อยวางซะบ้าง ลูกโตแล้ว...” ใครต่อใครพากันเตือน
แม่ตอบรับความปรารถนาดีแต่จนแล้วจนรอดปล่อยไม่ได้สักที
ถึงจะโตแค่ไหนเก่งขนาดไหน...ลูกยังเป็นลูกแม่อยู่ดี
ปากก็พูด “ลูกต้องมีสังคมมีเพื่อนฝูงมีโลกของเค้า...”
แต่พอลูกออกจากบ้านยังไม่ทันพบเพื่อนแม่ก็โทรหาแล้ว
ปากก็ยืนยัน “ลูกทำงานหนักได้ไปเที่ยวไปพักผ่อนบ้างก็ดีแล้ว...”
แต่ในขณะที่ลูกสนุกสนานเพลิดเพลินกับเพื่อนฝูง
แม่ก็เข้าสู่วังวนความวิตกกังวลคิดหนักหายใจไม่ทั่วท้อง
ปากก็ว่า “เอาลูกหมามาเลี้ยงก็ดี ลูกกลับจากงานจะได้เล่นกับมัน...”
แต่แม่ต้องหุงข้าวหมาเพิ่มยกหม้อหนักขึ้นเพื่อให้ตักให้แต่ละตัวอิ่ม
ปากก็ย้ำบอก “ลูกคงติดงานเลยไม่มีเวลาแวะเวียนมาให้เห็นหน้าเห็นตา...”
แต่ใจแม่โหยหาห่วงใยกลัวลูกเหนื่อยลูกไม่มีเวลาพักผ่อน
นาน ๆ ลูกกลับมาบ้านแม่ก็เปี่ยมสุขจัดนั่นเตรียมนี่พร้อมสรรพ
“ลูกต้องพักต้องกินต้องนอนให้มาก ๆ ...ทำงานมาเหนื่อย” แม่ยืนกราน
พร้อมทั้งพยายามทำให้เห็นลูกว่าพ่อแม่สบายดีลูกไม่ต้องห่วง

แม่ทำเหมือนสบายดีฝืนสังขารอดกลั้นความเจ็บปวด
“แม่ทำอะไรไม่ทันใจเหมือนก่อน...คงเพราะอายุขัย...” แม่ชี้แจง
แต่หากลูกรู้ว่าเวลาเป็นตาปลาที่ฝ่าเท้ามันปวดแค่ไหน
แต่หากลูกเข้าใจว่าหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมันแสนทรมาน
แต่หากลูกรู้ว่าอาการเพอร์กินสันมันทำให้บังคับมือไม้ไม่อยู่
อาการเชื่องช้าในการเดินเหินในการหยิบนั่นจับนี่ในการนั่ง ๆ ยืน ๆ
ไม่ใช่เพราะอายุมากขึ้นเรี่ยวแรงน้อยลง...หากแต่เพราะโรคกับโรค
ลูกคงเข้าใจคนใกล้ตัวคงเห็นใจอย่างน้อยน่าจะคิดกันสักนิด
ว่าเพื่อนมีกี่คนก็ได้มีเมื่อไรก็ได้...แต่แม่มีได้แค่คนเดียว... •