ทันทีที่ขบวนเสด็จคล้อยหลังไปคนเริ่มลงเดินถนน
ต่างมุ่งไปในทิศทางที่ตั้งใจไว้ออกจะเร่งรีบ
ส่วนหนึ่งมุ่งไปที่ท่าเรือศิริราชอีกส่วนมุ่งไปที่จอดรถ
เดินไปพลางคอยขยับเปิดทางให้รถที่ตามหลังมาพลาง
ที่เดินบนทางเท้าต้องทำใจกับจำนวนผู้คนล้นหลาม
ที่จะชะลอที่จะหยุดกะทันหันพึงต้องหลีกเลี่ยง
หากไม่อยากให้มีการชนการกระแทกจากคนที่ตามมาติด ๆ
ที่หลบได้อย่างฉีดเฉียวก็ต้องเจอกับสายตาต่อว่าของคนที่ผ่านไป
กำลังจะพ้นตึกแปดสิบสี่ไปทางที่จอดรถคนก็ยังรีบเร่ง
จนแทบไม่เห็นชายร่างผอมตัวเล็กหน้าอิดโรยหมองพอ ๆ กับเสื้อที่ใส่
นั่งพับเพียบอยู่หน้าเสาด้านหน้าอาคารกวาดตามองคนที่ผ่านไป
แววตาเศร้าแฝงไว้ซึ่งประกายความหวังความมุ่งมั่น
ด้านหน้ามีป้ายกล่องกระดาษสีน้ำตาลตั้งเด่นอยู่ด้านหน้าตัก
ตัวอักษรหมึกสีดำร้อยเรียงด้วยลายมืออ่านได้ชัดเจน
แรกเหลือบมองพอจะเห็นเป็นข้อความสี่ห้าบรรทัด
ต้องชะลอฝีเท้าเลี่ยงหลบคนที่เดินตามปล่อยให้แซงหน้าไป
จึงจะอ่านสองประโยคแรกได้ใจความ
“ผมหิวมากครับ พยายามหางานทำแล้วแต่ไม่มีใครให้โอกาส...”
แค่ประโยคแรกก็เพียงพอแล้วที่ต้องเดินตีวงย้อนกลับ
คนที่เขียนประโยคนี้ได้คงต้องหิวสุดๆ
ไม่เช่นนั้นคงไม่ประจานตัวเองต่อหน้าคนที่ผ่านไปมาแบบนี้
สายตาที่สบมองผู้คนกล้ายืนยันกล้าบอกความจริงใจ
หากไม่จำเป็นจริง ๆ ก็คงไม่คิดจะรบกวน
ประโยคที่สองบอกถึงความพยายามที่ยังไร้ผล
ในขณะที่ปากท้องไม่ยอมรอผลลัพธ์เอาแต่เรียกร้อง
จนไม่มีทางออกนอกจากมานั่งฟ้องชะตากรรมตนเองอยู่อย่างนี้
“ผมหิวมากครับ” น่าจะทำให้ใครบางคนต้องชะงัก
แต่คนส่วนใหญ่ผ่านไปแทบไม่เห็นเขานั่งอยู่ที่นั่นด้วยซ้ำ
ที่เหลือบไปเห็นก็ได้แต่สั่นหัวแล้วทำเหมือนไม่เห็น
ไม่น้อยคนคงคิด “ฉันก็หิวเหมือนกันไม่เห็นต้องบอกใคร...”
อีกไม่น้อยคนคิดแทน “ทำไมไม่ไปให้หน่วยงานรัฐช่วยดูแล”
คนนั่งหน้าเสาเลยไม่ต่างกับเสาที่เรียงรายหน้าตึก
ทั้งที่เป็นคนเหมือนกับทุกคนที่ผ่านไปมา...

ช่างต่างกับท่าทีของพระอาจารย์ต่อหน้าผู้คนเป็นหมื่น
แต่ละคนท่าทางอิดโรยหิวจากการติดตามฟังท่านทั้งวัน
จนลืมเวลาลืมเรื่องปากท้องลืมเรื่องที่หลับที่นอน
ถึงจะไม่ได้เขียนป้ายแต่ใบหน้าแต่ละคนบอกชัดว่ากำลังหิว
ในขณะที่สาวกกำลังสับสนมองหาทางออกจากไกลตัว
เด็กคนหนึ่งเสนอปังบาร์เลห้าก้อนกับปลาสองตัวให้พระอาจารย์
และนั่นคือจุดเริ่มต้นแห่งอัศจรรย์ทึ่งตาทึ่งใจ
ก่อนจะเป็นอัศจรรย์แห่งฤทธิ์อำนาจพระเจ้า
มีอัศจรรย์แห่ง “การให้สิ่งที่มีเท่าที่มี” เพื่อผู้อื่น
เป็นอัศจรรย์แห่งรักซึ่งดูจะเล็กน้อยไม่มากมายก่ายกอง
หากแต่เป็นความรักของคนที่เข้าทางความรักของพระเจ้า
กระทั่งผนึกเป็นความรักที่ขับเคลื่อนให้เกิดพลังเกิดฤทธิ์
ทั้งนี้และทั้งนั้นเป็นเพราะคำว่า “รัก” ไม่หยุดอยู่แค่รัก
ดัง “รัก” ของพระอาจารย์ที่สะกดด้วยคำว่า “สงสาร”
แล้วนั้น “รัก” สะกดด้วยคำว่า “ให้กินจนอิ่ม”...

คนนั่งชูป้าย “ผมหิว...” ที่โรงพยาบาลศิริราชคงไม่ใช่คนเดียว
มีคนรอบข้างเราท่านอีกหลายคนที่ไม่มีป้ายแต่ท่าทีบอก “ฉันหิว...”
หิวความรักหิวความอบอุ่นหิวคำชมหิวการยอมรับหิวรอยยิ้ม
หากเอาแต่จ้ำเดินเอาแต่ง่วนกับงานเอาแต่หาเงินเอาแต่สนุกสุดเหวี่ยง
แม้ปากจะย้ำบอกว่า “รัก” แต่ใจก็ได้แต่สะกดว่า “รัก” อยู่แค่นั้น •