แม้ฝนจะตกต่อเนื่องอยู่หลายวัน
จำนวนคนที่แวะเวียนมามีแต่จะเพิ่มขึ้น
กระทั่งเช้านั้นท้องฟ้าเปิดสลับก้อนเมฆขาวช่วยทอนแดดจ้า
เหมือนเป็นใจให้การสัญจรสะดวกทั้งสำหรับคนใกล้คนไกล
พอมาถึงก็ได้รับการต้อนรับจากเสียงตามสายชัดเจนทั่วบริเวณ
มีทั้งน้ำมีทั้งอาหารหวานคาวคอยบริการต่อเนื่อง
ด้านหลังหม้อข้าวหม้อแกงหม้อข้าวต้มมีคนยืนเชื้อเชิญ
ท่าทีเต็มใจแฝงไว้ซึ่งความห่วงใยยิ่งกว่าญาติเกรงว่าคนที่มาจะหิว
ได้ยินแล้วชื่นใจอบอุ่นให้รู้สึกหายเหนื่อยหายเมื่อยเป็นปลิดทิ้ง
จริงๆแล้วจะว่าเหนื่อยจะว่าเมื่อยก็แทบไม่ได้คิดด้วยซ้ำ
ตั้งแต่ออกจากบ้านมาหัวใจอัดแน่นด้วยความรู้สึกอีกอย่าง
จนแทบไม่มีที่สำหรับความรู้สึกอื่นใดทั้งสิ้น
ความรู้สึกอยากจะมาเพื่อบอกความในใจที่ฟูมฟักมานาน
แม้จะเคยเปรยให้ได้ยินเป็นครั้งเป็นคราวตามโอกาส
แต่ครั้งนี้ไม่บอกไม่พูดตามที่ใจอยากคงไม่ได้เสียแล้ว
ถึงแม้ผู้ที่อยากบอกอยากให้ได้ยินจะไม่รับรู้อะไรแล้ว
กระนั้นใจก็ยังเชื่อมั่นว่าตอนนี้คือเวลาที่เหมาะสุด
เป็นเวลาที่ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยวาจาไม่ต้องสาธยายไม่ต้องแย่งกันพูด
จิตวิญญาณนั้นรับรู้แม้สิ่งที่คำพูดคำจาไม่อาจกลั่นออกมาสื่อได้
รับรู้ดีว่า “รักพ่อมากนะ” “ขอบคุณพ่อสำหรับทุกอย่าง”
สุขกับความจริงใจที่ว่า“พ่อเป็นยิ่งกว่าพ่อ” “ชีวิตพ่อมีแต่ให้”
ถึงใจยังไม่พร้อมจะออกห่างยังไม่อยากจะพรากพลัด
แต่ก็ “พ่อเหน็ดเหนื่อยมามากแล้ว หลับพักผ่อนให้สบายนะพ่อ”
ลูกๆอยู่ที่ใดห่างไกลแค่ไหนพ่อตรากตรำไปหาไปรับรู้ทุกข์สุข
ทั้งบนดอยทั้งในป่าทึบรถเข้าไม่ถึงพ่อไม่เคยย่อท้อ
พ่อด้นดั้นไปเจอะไปเจอด้วยแรงรักแรงใจแรงกายแรงแข้งขา
ผ้าขาวม้ามัดเอวมือกำไม้ท่อนยาวคอยทรงตัวไปข้างหน้า
ไม่ต่างกับนายชุมพาบาลที่ออกตามหาลูกแกะในถิ่นทุรกันดาร
จะหยุดจะพักก็แค่ชั่วเวลาสั้นๆเหมือนพ่อกำลังไล่ตามบางอย่าง
ไล่ตามความรักของพ่อที่ล่วงหน้าไปถึงหมู่บ้านนั้นหมู่บ้านนี้แล้ว
ตลอดช่วงวันเวลายี่สิบสองปีพ่อขยันแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนลูกๆ
วันนี้ลูกแต่ละคนต้องมาให้ได้...มาเยี่ยมมาบอกลาพ่อ
วันนี้ถนนทุกสายต้องนำมาหาพ่อนำมาในที่พ่อจะใช้พักกาย
วันนี้สถานที่เคยไปพบเคยไปคุยกับพ่อเปลี่ยนมาที่นี่แทน...

ดอกกุหลาบดินสอพองห่อกระดาษสีขาวดำเทียนอีกเล่มดูน้อยไป
ขณะที่ใจอยากจะมีอะไรมากกว่านั้นเพื่อบอกลาพ่อเป็นครั้งสุดท้าย
ขบวนแห่ยาวดูไม่รู้จบเดินหน้าตามหลังร่างพ่อไปเงียบๆ
เสียงเพลงลาตินตามสายแม้ทำนองจะชวนศรัทธาแต่ดูจะนอกที่
ไม่ใช่ตอนนี้ตอนที่แต่ละคนอยากเดินไปเงียบๆกับพ่อ
แค่เดินย่ำพื้นอมน้ำเข้าไปลาพ่อครั้งสุดท้ายก็ต้องเบียดเสียด
ต้องรีบวางสิ่งที่ถือมาต้องรีบไหว้แล้วรีบสวนทางออกมา
กว่ารถคนสุดท้ายจะออกจากบริเวณงานตะวันก็คล้อยไปมากแล้ว
ทว่าข้างหลุมที่เพิ่งจะบรรจุร่างของพ่อยังมีคนหนึ่งนั่งอยู่เงียบๆ
เหมือนยังมีอะไรจะบอกพ่อยังอยากจะอยู่ตามลำพังกับพ่ออีกพัก
“ตอนนั้นรู้สึกเคว้งคว้างมากเลย”เขาชี้แจงในเวลาต่อมา
“เรียนจบแล้วแต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกเส้นทางชีวิตไหนดี
วันนั้นพบท่านเลยขอมาเข้าเงียบส่วนตัวกับท่าน...
ท่านตอบรับด้วยเต็มใจ...เทศน์อบรมเช้าครั้งเย็นครั้ง
นั่งรถไปถวายมิสซาแต่ละเช้าก็มีโอกาสพูดคุยมีโอกาสสวด
กระทั่งตัดสินใจได้ในที่สุด...”
เป็นเรื่องราวที่รับรู้กันแค่สองคนมานานกระทั่งวันนี้
จึงอยากจะอยู่ต่อเพื่อดื่มด่ำกับความรู้สึกดีๆให้เนิ่นนานกว่า
โดยมีหนังสือปกแข็งสีขาวที่มีรูปกับคำ “Simple Life” วางอยู่ข้างๆ •