ที่พูดกันว่า “ความวัวไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรก”
ดูจะจริงที่สุดก็ในสังคมไทยช่วงน้ำท่วมนี้แหละ
น้ำท่วมบ้านท่วมถนนยังไม่ทันจะตั้งหลักทำใจ
ก็ต้องเจอปัญหารื้อคันกั้นน้ำรื้อกระสอบทรายซีกใครซีกมัน
ยกพวกเผชิญหน้ากันใช้กฏหมู่ไม่สนกฎหมาย
จนชาวบ้านชาวเมืองที่อยู่ในสถานการณ์ต้องอกสั่นขวัญแขวน
ลุยน้ำนั่งรถลงเรือสัญจรไปมาบนถนนยังไม่ทันจะโล่งใจ
ก็เจอปัญหาแก่งแย่งผลประโยชน์ระหว่างเรือกับรถ
จะลงเดินลุยน้ำหนีรำคาญก็ยังต้องกลัวเหยียบตาปูเรือใบใต้น้ำ
พอน้ำเริ่มลดต้องคิดวางแผนซ่อมแซมบ้านใช้อยู่ใช้อาศัย
ก็ต้องเจอปัญหาน้ำเน่าขยะมูลฝอยสิ่งปฏิกูลโรคเท้าเน่าเท้าเปื่อย
ที่เคยกวาดบ้านดูแลบริเวณขจัดขยะมูลฝอยให้พ้นตัวพ้นตา
ขยะที่ไม่เคยมีเคยเห็นต่างพากันไหลเข้าออกบ้านเป็นว่าเล่น
พร้อมทิ้งร่องรอยคราบสกปรกติดฝาติดพื้นให้ดูต่างหน้า
พอเริ่มทำใจกับวิบัติที่มาหายนะที่ผ่านไปสิ่งสดใสกำลังมา
ก็ต้องใจหายใจคว่ำกับกระแสข่าว “ลักไก่” จากฝ่ายรัฐบาล
พร้อมการเคลื่อนไหวกลุ่มมีสีกลุ่มไม่ใฝ่สีจนต้องสับสน
สมาธิอีกทั้งความมุ่งมั่นพยายามแก้วิกฤติน้ำท่วมต้องแตกกระจาย
พร้อมความวิตกกังวนว่าคนในชาติจะแตกเป็นเสี่ยงอีกแล้วหรือนี่
ทั้ง ๆ ที่กอดคอแก้ปัญหาน้ำท่วมกันมาเป็นพี่เป็นน้องหัวอกเดียวกัน
ใจคอจะไม่ยอมให้ตั้งหลักได้พักเหนื่อยทำใจให้สบายเลยหรือไง
บอบช้ำกันมาเป็นเดือน ๆ น่าจะมีเวลาเยียวยากายสมานใจสักพัก
แต่นี่กลับซ้ำเติมให้บอบช้ำกายชอกช้ำจิตซ้ำแล้วซ้ำอีก
สุขภาพจิตคนไทยยังจะมีเหลือให้ชื่นใจให้หรรษาได้อีกหรือนี่...

ถึงน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้จะพากันเสียหายแทบถ้วนหน้า
แต่คุณค่างดงามแห่งความเป็นคนไทยมีให้เห็นเป็นเด่นชัด
แม้ต้องเหน็ดเหนื่อยท้อใจกับการต่อสู้กับกระแสน้ำหลาก
แต่รอยยิ้มสยามไม่เคยเหือดหายไปจากใบหน้าผู้คน
แทนที่จะโวยวายตีโพยตีพายกับการจัดการผิด ๆ ของเจ้าหน้าที่
คนก็พากันมองหาแง่ขำแง่สนุกกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
เหมือนจะบอกว่าในเมื่อสู้น้ำไม่ได้ก็ต้องอยู่กับน้ำให้ได้
บ้างก็ถือโอกาสลุยน้ำเล่นน้ำสนุกับน้ำเหมือนมีบ้านน้ำริมน้ำ
บ้างก็ถือโอกาสใช้เบ็ดใช้แหดักปลาดักกุ้งเหมือนผ่านมาให้จับกิน
บ้างประดิษฐ์คิดค้นแต่งรถแต่งพาหนะใช้ได้ทั้งในน้ำทั้งบนบก
ทว่าคุณค่าอันงดงามไปกว่านั้นคือกระแสของจิตอาสา
ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ทั้งนักเรียนนักศึกษาอาสากันมามืดฟ้ามัวดิน
บ้างก้ม ๆ เงย ๆ บรรจุกระสอบทรายนับพันนับหมื่นไว้ให้กันน้ำ
นอกจากเปลืองแรงแล้วยังต้องเปลืองเงินหาข้าวหาน้ำกินเอง
บ้างก็นั่งหลังขดหลังแข็งบรรจุของกินของใช้ใส่ถุงยังชีพ
อาหารการกินก็เหมือนกันติดไม้ติดมือมาเองหรือไม่ก็ซื้อ
บ้างก็รวมกลุ่มนั่งรถนั่งเรือทหารตำรวจเข้าตามตรอกตามซอย
ช่วยขนของอพยพผู้คนหรือไม่ก็แจกถุยังชีพแจกน้ำแจกยา
แล้วนั้นก็คุณค่าแห่งความเป็นพี่เป็นน้องเป็นเพื่อนร่วมชาติ
ก่อนนี้เดินทางเข้าออกมีรถส่วนตัวต่างคนต่างไป
ช่วงนี้นั่งรถนั่งเรือทหารตำรวจเห็นหน้าเห็นตาพูดคุยทักทาย
ที่เคยนั่งรถส่วนตัวก็เริ่มเข้าอกเข้าใจคนต้องนั่งรถสองแถว
เหมือนน้ำหลากมาครั้งนี้จะทำให้ผู้คนเท่าเทียมกันหมด
พร้อมกับตอกย้ำว่าของนอกกายแบ่งคนได้ก็แค่ระดับหนึ่ง
แต่แก่นของความเป็นคนนั้นเท่าเทียมกันหมดทุกคนในที่สุด
บางทีหลังจากน้ำผ่านไปแล้วคนคงจะเริ่มเห็นในสัจธรรมบ้าง
หลายคนทั้งเชื่อทั้งได้เห็นในสัจธรรมนี้นานมาแล้ว
เมื่อคิดถึงพระวาจา “ท่านทำกับใครก็ตาม...ก็ทำแก่เราเอง” •