เป็นเสื้อตัวหนึ่งเหมือนเสื้ออื่นๆ ที่มีใส่
สีออกจะสดใสสวมใส่ทีไรให้ดูสว่างไปทั้งหน้า
เสื้อตัวอื่นๆ นั้นสลับใส่หากไม่ต้องออกนอกบ้าน
แต่เสื้อตัวนี้เจาะจงหยิบตั้งใจใส่เป็นระยะเหมือนให้เตือนใจ
ก่อนนี้ใครเห็นเป็นต้องชะงักเป็นทำตาโตเป็นต้องทัก
“เสื้อตัวนี้อีกแล้ว...ผ้าแทบจะพรุนไปทั้งตัวแล้วนะ”
หมายถึงเสื้อซีกขวามือตั้งแต่บ่าลงมาปลายแขนลามเข้าถึงอก
ทั้งๆ ที่สภาพของเสื้อไม่น่าจะเก่าได้ขนาดนั้น
หากรูเล็กรูน้อยบนผ้าเกิดจากการใช้งานนานเนก็น่าจะเลิกใส่
ใช่ว่าจะไม่มีเสื้อตัวอื่นให้สลับใส่สลับซักก็หาไม่
ทว่าแต่ละรูและทุกรูบนเสื้อตัวนี้ต่างมีที่มาที่ไป
แม้เหตุการณ์วันนั้นผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
แต่ความทรงจำความรู้สึกยังคงอยู่ครบเหมือนสะกดไว้
สิ่งที่เห็นเสียงที่ได้ยินกลิ่นที่โชยยังเป็นปัจจุบันเดี๋ยวนี้เวลานี้
ไม่มีใครอยากให้เกิดไม่มีใครคาดคิดจะเกิดแต่ก็เกิดขึ้นแล้ว
จู่ๆ รถกระบะที่ขับขี่สวนทางมาอีกฟากถนน
ลอยข้ามเกาะกลางถนนข้ามยอดไม้ประดับพุ่งมากระแทกชน
หัวรถเสียบครูดด้านคนขับจากไฟหน้ายาวเลยประตูเกือบครึ่งคัน
เหมือนตั้งใจบดขยี้คนขับคาพวงมาลัยอัดติดคาที่นั่ง
ประตูด้านคนขับบุบสิ้นสภาพยุบตัวเข้ามาประชิดพวงมาลัย
พร้อมกันนั้นเศษกระจกด้านหน้าด้านข้างปลิวว่อน
ปะทะหนังหัวทะลุผ้าเสื้อฝังลึกผ่านผิวเข้าไปตุงเนื้อสดทั้งแถบ
สีหน้าตกใจของคนที่กรูเข้ามาที่ซากรถเปลี่ยนเป็นงุนงง
ใบหน้าด้านขวาคนขับชุ่มด้วยเลือดสดใช่แต่ยังไม่ตาย
ไม่เท่านั้นยังส่งเสียงร้องบอกให้ช่วยดูแลคนที่โดยสารมาด้วยก่อน
เลือดเริ่มซึมเปื้อนผ้าเสื้อ “ตัวเก่ง” เป็นจ้ำใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ...

จะว่าไปแล้วเสื้อตัวเก่งไม่มีความสามารถอะไรเป็นพิเศษ
หากแต่เป็นเสื้อที่เตือนถึง “คนเก่ง” ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์วันนั้น
ไม่ใช่คนขับรถไม่ใช่ผู้ที่โดยสารมากับรถไม่ใช่คนที่ให้ความช่วยเหลือ
แค่มองสภาพการณ์สภาพรถจุดจบน่าจะแตกต่างไปจากนี้
ที่แน่ๆคือ “คนเก่ง” ผู้นั้นทรงเมตตาทรงยืนยันในหายนะนั้น
“ลูกยังมีชีวิตต้องดำเนินยังมีพันธกิจต้องทำต่อ...”
แม้คดีความจะจบแล้วบริษัทประกันรับรถไปซ่อมไปจำหน่ายแล้ว
แต่เสื้อตัวเก่งยังคงเก็บอยู่ยังคงนำมาใส่เป็นระยะ
และแต่ละครั้งที่ใส่คำพูดของ “คนเก่ง” ยังก้องหูสะกิดใจ
“ลูกยังมีชีวิตต้องดำเนินยังมีพันธกิจต้องทำต่อ...”
แต่ละครั้งความรู้คุณความมุ่งมั่นความตั้งใจได้รับการกระชับ
ความหมายชีวิตเป้าหมายการกระทำเห็นเป็นเด่นชัด
ชัดเจนล้ำลึกมากกว่ารูพรุนที่อยู่บนเสื้อตัวเก่งเป็นไหนๆ...

อันที่จริงแล้วในชีวิตคนมีเสื้อตัวเก่งหลายตัวหลายแบบ
ขึ้นอยู่กับว่าจะมองเสื้อตัวเก่งอย่างไรมองแบบไหน
ซึ่งแต่ละการมองก่อให้เกิดท่าทีก่อให้เกิดความรู้สึกต่างกัน
หากมองว่าเสื้อเก่งตัวนี้เป็นแค่ความบังเอิญ
ท่าทีที่ตามมาก็เป็นแค่เรื่องธรรมดาไม่เห็นมีอะไรมาก
ครั้งนี้รอดตัวครั้งหน้าไม่แน่ทำใจไว้เลย
หากมองว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดไม่เกี่ยวกับใคร
ท่าทีที่ตามมาก็เป็นแค่เรื่องของครรลองแห่งสรรพสิ่ง
วัดดวงกันไปเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายแล้วแต่ไหนจะมาก่อนมาหลัง
หากมองว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนมีความหมายล้วนมีเป้าหมาย
ท่าทีที่ตามมาน่าจะสรุปได้ไม่ยากต้องมีอะไรมากกว่าตาเห็น
ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเล็กน้อยไม่ว่าสิ่งนั้นจะเรื่องเป็นเรื่องตาย
ชีวิตจึงมากด้วยรสชาติมากด้วยความหมายมากด้วยคุณค่า •