“... คนเกิดมาไม่น่าจะมีสมองเลย...”
ตอนได้ยินคิดว่าเธอพูดเล่น
เพราะวัยเธอยังไม่น่าจะมีท่าทีประชดแดกดัน
อีกทั้งนิสัยใจคอเธอไม่ส่อทำนองนั้นแม้แต่น้อยนิด
“...คือ ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากมีสมอง”
เธอรีบชี้แจงว่าเป็นความเห็นส่วนตัว
เจาะจงที่ตัวเธอเองมากกว่าคนอื่น
“...เพราะมีสมองแล้วต้องคิดมากต้องกลุ้มต้องรำคาญ”
เธอพูดแสดงจุดยืนความเห็นจากประสบการณ์
“...ได้ยินได้เห็นได้ฟังเรื่องราวร้อยแปดพันเก้า
แล้วต้องมานั่งนึกมานอนคิดมารับรู้
จิตใจเลยว้าวุ่นกลัดกลุ้มจนต้องเครียดตาม
สู้ไม่มีสมองจะดีกว่า...ไม่ต้องคิดไม่ต้องรับรู้
ชีวิตน่าจะเป็นสุขสงบสบายใจกว่านี้เป็นไหนๆ...”
พูดแล้วเธอถอนใจพร้อมเสียงสั้นๆผ่านลำคอมาที่จมูก
ปกติเธอเป็นคนพูดน้อยโดยนิสัย
ชอบเล่นบทผู้ฟังมากกว่าผู้พูด
ใบหน้าออกจะเรียบเฉย
แต่แววตาบ่งฟ้องสิ่งที่สมองกำลังคิดได้ชัดเจน
นานทีจะพูดออกมาคำสองคำ
บอกให้รู้ว่าถึงอย่างไรก็ยังร่วมวงเสวนาอยู่
เห็นด้วยก็พยักหน้าพูดคำว่า “ใช่”
ไม่เห็นด้วยคิ้วก็จะขมวดพอเห็นได้
พร้อมกับเสียงสั้นๆผ่านลำคอดังออกทางจมูก
แม้ยามไปทานข้าวด้วยกันก็ไม่ต่างนัก
เธอก้มหน้าก้มตาทานเอร็ดอร่อย
ลิ้มชิมอาหารหวานคาวแต่ละจานอย่างได้รสชาติ
โต๊ะข้างๆคงแอบมองด้วยความสนใจ
พร้อมกับคิดว่าเธอคงจะหิวเอาการ
เธอจึงรับรู้เก็บข้อมูลครุ่นคิดวิเคราะห์...ของเธอคนเดียว
ไม่ต่างกับตัวเก็บความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์
กอร์ปกับนิสัยของเธอออกจะละเอียดอ่อน
ฟังชั่น “delete” จึงไม่ค่อยได้ใช้บ่อยนัก
กระทั่งเธอสรุปของเธอเอง
ไม่อยากมีสมองไม่อยากคิดไม่อยากรับรู้...
จะว่าไปแล้ว
คงไม่ใช่เธอคนเดียวที่มีความคิดแบบนี้
หลายคนคงเป็นคงเห็นเหมือนเธอแต่ไม่พูด
อีกหลายคนโชคดีกว่าเธอหน่อย
ไม่ทันได้เก็บข้อมูลก็พรั่งพรูพูดออกมาจนหมด
เลยกดปุ่ม “delete” บ่อยกว่าปุ่ม “save”
หรือไม่ก็ตัวเก็บความจำมีเนื้อที่น้อยมาก
อีกหลายต่อหลายคนเข้าไปปลดปล่อยหน้าจอคอมพิวเตอร์
ไม่ง้อไม่สนผู้คนใกล้ตัว
ก้มหน้าก้มตาพาตนเองเข้าไปอยู่ในโลกใบใหม่
โลกที่ตนเป็นผู้ควบคุมผู้กำชะตาด้วยปลายนิ้ว
โลกที่ทำอะไรได้ตามใจชอบไม่มีใครทักท้วงคัดค้าน
โลกที่ไม่มีสิทธิหน้าที่ผูกพันให้ต้องลำบากใจ
โลกที่ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเป็นหลัก
โลกที่ตนเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์หลักการ
โลกที่ไม่ต้องมีบัตรประชาชนทะเบียนบ้าน
โลกที่ไม่ต้องมีอัตลักษณ์ตายตัว
โลกที่ไม่ต้องมีชื่อเสียงเรียงนาม
โลกที่ตัวเลขอายุเปลี่ยนเป็นเลขรหัส
โลกที่สร้างมากับมือแท้ๆ
โลกที่ไม่มีชื่อในระบบสุริยจักรวาล
โลกที่เรียกกันว่า Virtual World แปลง่ายๆว่า “โลกแสร้งว่า” .