ารากับเรื่องอื้อฉาวมีคู่กันมาตลอด
อาจเป็นเพราะความเป็น “บุคคลสาธารณะ”
มีอะไรทำอะไรทุกคนมีสิทธิ์รู้มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น
ยิ่งในบริบทสังคมไทยที่ให้คุณค่าแก่ความมีชื่อเสียง
ถือว่าใครที่มายืนอยู่ในจุดนี้ต้องไม่ด่างพร้อยต้องสดใส
จะมาจากไหนจะเคยเป็นใครมาก่อนไม่สำคัญไม่สนใจ
เอาว่ามีชื่อเสียงคนรู้จักก็หมายความว่าต้องเป็นคนดี
กระทั่งมองข้ามความจริงว่าไม่มีใครดีไปทั้งหมด
มีแง่ดีก็ต้องมีแง่เสียมีจุดแข็งก็ต้องมีจุดอ่อน
“บุคคลสาธารณะ” จึงถูกกำหนดให้ต้องมีภาพลักษณ์ดีโดยปริยาย
หากมองว่าความเป็นบุคคลสาธารณะคือการท้าทาย
เมื่อมายืนอยู่ในจุดนี้แล้วน่าจะทำตัวให้ดีไม่ให้ด่างพร้อย
สมกับความชื่นชมการยกย่องการให้เกียรติ
แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้เสมอไปในทุกเรื่องในทุกกรณี
ยิ่งบางคนมาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่เพราะความดีความชอบธรรม
ก็เลยต้องออกแรงเสนอภาพลักษณ์ให้ดีไว้ก่อน
พร้อมกันนั้นก็พยายามปกปิดธาตุแท้ไว้สุดความสามารถ
กระทั่งกลายเป็นคนมี “สองชีวิต” ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
ชีวิตส่วนตัวอย่างหนึ่งชีวิตสาธารณะอีกอย่างหนึ่ง
ไม่ต่างกับชีวิตพระสังข์ในนิทานไทยโบราณ
ที่รูปร่างงดงามทรงอิทธิฤทธิ์แอบซ่อนอยู่เบื้องหลัง
ส่วนที่ปรากฏให้ทุกคนเห็นคือตัวเงาะรูปดำหน้าตาน่าเกลียด
จะต่างกันก็ตรงที่คนสาธารณะมักพยายามทำตรงข้าม
สร้างภาพลักษณ์งดงามและปกปิดตัวเงาะไว้มิดชิด
ปกปิดธาตุแท้เผยธาตุเทียมให้ผู้คนหลงเข้าใจผิด
เลยต้องเหน็ดเหนื่อยกับการสร้างภาพลักษณ์วันแล้ววันเล่า
จนตัวเองก็ยังต้องสับสนว่าแท้ๆแล้วฉันเป็นใครกันแน่
เพราะต่างก็รู้ดีถึงนิสัยใจคอคนไทย
นอกจากจะชื่นชมยกย่องแล้วยังมีท่าทีเป็นเจ้าของ
เผลอๆก็นับญาตินับพี่นับน้องนับคนรัก
ถ้าดีถ้าถูกใจก็พร้อมจะหลั่งน้ำตาให้อย่างไม่คิดเสียดาย
แต่ถ้าไม่ดีไม่ถูกใจก็พร้อมตัดญาติดูถูกเหยียดหยามไม่คิดจะยั้ง
การสร้างภาพลักษณ์ของบุคคลสาธารณะจึงยิ่งเหนื่อยยิ่งยากเป็นทวี

ในสังคมแบบนี้แหละที่มาตรฐานความดีความถูกต้องเปลี่ยนไป
จากที่คนดีคือดีในธาตุแท้เปลี่ยนเป็นคนดีเพราะสร้างภาพเนียน
หากความชั่วไม่ปรากฏก็ถือว่าดีถือว่าน่ายกย่อง
จากที่คนดีคือดีทั้งต่อหน้าดีทั้งลับหลังเปลี่ยนเป็นดีเฉพาะหน้า
หากไม่รู้ไม่เห็นเบื้องหลังการถ่ายทำก็ถือว่าดีตามหน้าจอ
จากที่คนดีคือดีสำหรับตนเองดีสำหรับคนอื่นดีเป็นสากล
เปลี่ยนเป็นดีสำหรับฉันไม่ดีสำหรับใครเรื่องของเขา
จากที่เป็นคนผิดคนเลวเพราะผิดศีลธรรมผิดจรรยาบรรณ
เปลี่ยนเป็นผิดและเลวหากถูกจับได้ถูกกฏหมายเล่นงาน
พอมีข่าวอื้อฉาวทีความคิดเห็นของผู้คนก็สับสนที
ทั้งนักการเมืองทั้งนักร้องทั้งดาราทั้งไฮโซ
ยิ่งสมัยนี้ที่คนบริโภคข่าวมีโอกาสแสดงความคิดเห็นบอกจุดยืน
ก็ยิ่งจะเห็นได้ชัดว่าความดีความถูกต้องหมดมาตรฐานไปแล้ว
บ้างว่าผิดบ้างว่าเป็นเรื่องธรรมดาบ้างว่าเรื่องใครเรื่องเขา
สุดแต่มุมมองสุดแต่ใจสุดแต่ชอบสุดแต่เหม็นขี้หน้า
มีทั้งเห็นใจมีทั้งสาบแช่งมีทั้งขับไล่ใสส่งมีทั้งรับได้
ข่าวฉาวนักร้องชื่อดังที่ยังพูดกันยังไม่จบคือตัวอย่างล่าสุด
แต่ก็คงไม่นานไม่มีข้อสรุปเหมือนเดิมประสาข่าวบ้านเรา
จะอย่างไรก็ตามน่าจะมองให้เป็นสัจธรรม
ว่านี่คือปรอทที่วัดอุณหภูมิศีลธรรมบ้านเรา...ได้แม่นยำ •