นหมกมุ่นกับวัตถุสิ่งของมากเท่าใดก็เป็นคนน้อยลง
ก็อย่างที่โบราณท่านว่าไว้ไม่ผิดนัก
“บอกฉันสิว่าคุณรักอะไรแล้วฉันจะบอกว่าคุณเป็นใคร”
ก็ในเมื่อคนมีทั้งร่างกายทั้งจิตใจทั้งจิตวิญญาณ
ความเป็นคนจะสมบูรณ์หากทุกมิติมีความสมดุล
จิตใจจะเข้มแข็งหากร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์
ร่างกายจะสมบูรณ์หากสุขภาพจิตดี
ทุกอย่างลงตัวเมื่อแต่ละมิติเอื้อกันเสริมเติมเต็มกัน
ทุกอย่างลงตัวเมื่อแต่ละมิติสร้างความสมดุลให้กันและกัน
แต่พอให้ความสนใจร่างกายจนมองข้ามจิตใจจิตวิญญาณ
สัญชาติญาณก็เริ่มเรียกร้องเรียกหาความเป็นใหญ่
จิตใจสติสัมปชัญญะเหตุผลต้องถูกบดบังกลายเป็นรอง
พร้อมกันนั้นความผิดความถูกความดีความชั่วเปลี่ยนฐานยืน
ประโยชน์มาก่อนความถูกต้อง
ความสนุกมาก่อนความรับผิดชอบ
ส่วนหนึ่งแง่หนึ่งมาก่อนภาพรวม
เดี๋ยวนี้เวลานี้มาก่อนผลที่จะตามมา
ความถูกใจมาก่อนความถูกต้อง
สิ่งของเงินทองมาก่อนจิตใจ...

หากขาดความสมดุลในทุกมิติแห่งความเป็นคน
แม้กระทั่งความรักก็มีอันเปลี่ยนไป
ก่อนนี้คนจะรักกันด้วยใจ
เดี๋ยวนี้เริ่มรักกันด้วยสิ่งของเงินทอง
ก่อนนี้คนรักกันจะให้เวลากันอยู่ด้วยกัน
เดี๋ยวนี้ขออะไรหาให้ได้หมดเว้นแต่เวลา
ก่อนนี้พูดคุยเห็นหน้าค่าตา
เดี๋ยวนี้ได้แต่ส่งข้อความส่งภาพส่งคลิป
ก่อนนี้มองกันเป็นคู่รักคู่ชีวิต
เดี๋ยวนี้มองกันเป็นกรรมสิทธิ์เจ้าข้าวเจ้าของ
หึงหวงกันเหมือนหวงของหวงทรัพย์
แทนที่จะใช้ใจใช้ความรักยึดเหนี่ยวกันมั่นคง
เริ่มใช้มาตรการรุนแรงลงไม้ลงมือเหมือนไม่เคยรัก
ไม่ยอมเข้าใจว่าเมื่อใจไม่มีให้กันแล้ว
การจะคิดยื้อพยายามหน่วงเหนี่ยวกายไว้คงไร้ผล
พอไม่ได้ดั่งใจก็สติแตกอารมณ์พล่าน
ทุบตีสาดน้ำกรดจุดไฟเผาเหมือนไม่เคยรักกันมาก่อน
จะว่าไปแล้วก็คงใช่เพราะที่ผ่านมาเอาแต่ใคร่เอาแต่หลง
คนรักกันจริงแค่คิดไม่รักก็คิดไม่เป็นคิดไม่ได้อยู่แล้ว...

“บอกฉันสิว่าคุณรักอะไรแล้วฉันจะบอกว่าคุณเป็นใคร”
หากรักคนคุณจะเป็นคนคุณจะยกย่องเทิดทูนคน
แต่หากรักแค่รูปสมบัติของคน
คุณก็มองคนเป็นสมบัติน่าพึงพอใจน่าชื่มชม
พอรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไปตามครรลองแห่งกาลเวลา
สิ่งที่เคยดึงดูดใจก็เปลี่ยนไปเป็นน่ารังเกียจ
แต่หากรักฐานะทรัพย์สินของคน
คุณก็ถือเขาเป็นแค่สมบัติพึงเก็บรักษา
พอสิ่งที่เคยมีเคยยึดเหนี่ยวมีอันเป็นไป
ประโยชน์ที่เคยมีหมดไปรักก็พลอยหมดไปด้วย
ในขณะที่รักแท้ไม่มีวันเปลี่ยนมีแต่จะเพิ่ม
เพราะรักไม่ใช่เงินทองสิ่งของรูปร่างหน้าตาฐานะสังคม
หากคุณรักคนที่คุณ คุณจะเป็นคนรักที่น่ารัก •