ความผิดปกติกำลังกลายเป็นความปกติในสังคมไปทุกที
จนคนทุกวันนี้เริ่มชินชาไม่ใส่ใจแทบถือเป็นเรื่องธรรมดา
ก่อนนี้มีอะไรผิดปกติในสังคมคนแตกตื่นวิตกกังวนสนใจติดตาม
ความที่เคยเป็นสังคมสงบมีหลักธรรมให้พึ่งมีกฎหมายให้ถือ
ต่างฝ่ายต่างเคารพกติกาถือวินัยยึดมั่นในขนมธรรมเนียมประเพณี
ใครทำผิดกฎหมายรับกันไม่ได้ใครไม่อยู่ในร่องในรอยพากันตำหนิ
ถึงอย่างไรจิตใจยังเป็นใหญ่น้ำใจยังเป็นคุณค่าความเป็นพี่เป็นน้องยังแรง
แต่เดี๋ยวนี้ที่วัตถุสิ่งของเงินทองเป็นใหญ่มือใครยาวสาวได้สาวเอา
ทุกอย่างทุกเรื่องกำหนดประเมินวัดตวงด้วยผลประโยชน์เป็นหลัก                 
ความมีน้ำจิตน้ำใจอารีเอื้ออาทรค่อยๆหายไปแทบไม่สังเกต
แม้การคิดการมองก็ยังยึดมั่นถือมั่นว่าของฉันดีกว่าใครหมด
ทุกคนมีสิทธิ์คิดมีสิทธิ์แสดงความเห็นแต่ที่สุดแล้วของฉันเลิศสุด
ในสังคมทุกวันนี้จึงมี “นักคิด” เยอะแยะแต่ “นักไตร่ตรอง” น้อย
ยังไงขอได้แสงความคิดไว้ก่อนจะผิดจะถูกค่อยมาลบล้างกัน
จึงไม่แปลกที่ความผิดปกติในสังคมมีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกวัน
จนความปกติกลายเป็นความเป็นความผิดปกติไปโดยปริยาย
เพราะต่างคนต่างคิดต่างยึดมั่นไม่คำนึงกฎกติกาจรรยาบรรณ...

แค่ดูผลสำรวจของเอแบคโพลล์ล่าสุดก็เห็นได้เป็นรูปธรรม
คนร้อยละ 64.0 ยอมรับรัฐบาลทุจริตคอรัปชั่นได้
หากทำให้ประเทศชาติรุ่งเรืองประชาชนอยู่ดีกินดีตนเองได้ประโยชน์
หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งการคดโกงฉ้อราษฎร์บังหลวงไม่ผิด
ถ้าทุกคนได้ผลประโยชน์ร่วมกันประเทศพัฒนาก้าวหน้า
หรือจะพูดให้เนียนกว่านั้น... “ทำผิดได้หากได้ผลประโยชน์”
ความผิดความถูกไม่สำคัญประโยชน์ที่มุ่งถึงมีค่ากว่าหมด
ความผิดปกติจึงกลายเป็นความปกติไปในที่สุด
แล้วอีกไม่นานความปกติจะกลายเป็นความผิดปกติไปโดยปริยาย
คนดีคนมีสัตย์ถือศีลสุจริตเที่ยงธรรมคงต้องถูกมองว่าผิดปกติ
เพราะทัศนคติอันตรายนี้กระจายไปสู่ประชาชนในทุกสาขาอาชีพแล้ว
นักเรียนนักศึกษาเกินกว่าครึ่งหรือรอยละ 54.5 เห็นด้วย
พนักงานรัฐวิสาหกิจยอมรับได้ร้อยละ 63.1
พนักงานบริษัทเอกชนร้อยละ 62.0 พ่อค้านักธุรกิจร้อยละ 65.3
เกษตรกรรับจ้างแรงงานทั่วไปร้อยไม่ขัดข้องร้อยละ 66.8
แม้กระทั่งแม่บ้านเกษียณอายุยอมรับรัฐบาลทุจริตคอรัปชั่นได้ร้อยละ 58.4

จะว่าไปแล้วเห็นตัวเลขแบบนี้เป็นใครก็คงต้องกลัว
ประชาชนทั้งประเทศคงต้องผวา
ในเมื่อผู้คนกว่าครึ่งยอมรับรัฐบาลทุจริตคอรัปชั่นได้
นักการเมืองก็ถือเป็นโอกาสไม่ต้องยั้งมือกินบ้านกินเมืองกันปรีดิ์เปรม
มาตรฐานศีลธรรมจรรยาบรรณคงต้องหวาด
ในเมื่อคนกว่าครึ่งยอมรับรัฐบาลทุจริตคอรัปชั่นได้
คนที่ยอม “รับได้” ก็คงพร้อมจะ “ทำได้” หากมีโอกาส
เจ้าของกิจการเจ้าของธุรกิจคงต้องนอนตาไม่หลับ
ในเมื่อคนกว่าครึ่งยอมรับรัฐบาลทุจริตคอรัปชั่นได้
การโกงการทุจริตในองค์กรก็คงเป็นเรื่องธรรมดาอย่าได้กระพริบตา
พ่อแม่ผู้ปกครองครูบาอาจารย์คงต้องหืดขึ้นคอ
ในเมื่อคนกว่าครึ่งยอมรับรัฐบาลทุจริตคอรัปชั่นได้
การสั่งสอนการอบรมบ่มนิสัยก็คงเป็นแค่น้ำรดหัวเป็ดแผ่นเสียงตกร่อง
พระสงฆ์องค์พระเจ้าคงต้องออกแรงทำงานหนักมือขึ้น
ในเมื่อคนกว่าครึ่งยอมรับรัฐบาลทุจริตคอรัปชั่นได้
การเทศน์การสอนธรรมะคงต้องพบแรงต้านหนักข้อขึ้นทุกที...

ใครที่ใจซื่อตรงยึดมั่นความดีความถูกต้องอ่านโพลล์นี้แล้ว
คงได้แต่แอบภาวนาขออย่าให้ตัวเลขนี้เป็นจริงเลยเจ้าประคุณ
เพราะที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็ถือว่า “ผิดปกติ”...มากเกินพอแล้ว •