ตอนแรกที่ตั้งชื่อ “ไกด์” ให้ลูกชาย
คงจะคิดแค่ให้เป็นตัว ก.ไก่เหมือนชื่อพ่อ
แล้วให้ชอบการท่องเที่ยวการทัศนาจรการเดินทาง
ชีวิตจะได้สดใสเปิดกว้างตื่นเต้นชื่นบานสนุกสนานมีสุข
โดยมีธรรมชาติงดงามสถานที่หลากหลายเป็นใจให้
อย่างที่ทั้งพ่อทั้งแม่ “เคย” ชื่นชอบชื่นชม
แม้ตอนนี้ต้องเก็บความรู้สึกนี้ไว้แต่ในใจ
ขณะที่ความสนใจทั้งหมดทั้งสิ้นอยู่เฉพาะคนชื่อไกด์
เรื่องเที่ยวเรื่องเดินทางเรื่องเทศกาลเรื่องพักร้อนลืมไปได้เลย
แค่แจ้งเกิดมาได้เดือนกว่าก็เห็นได้แล้ว
ว่าชื่อไกด์ในความหมายที่เคยคิดไว้ไม่ใช่แค่นั้น
ดูแล้วน่าจะเป็น “มัคคุเทศก์” มากกว่าเป็น “ไกด์ท่องเที่ยว”
ซึ่งในความหมายแห่งคำบ่งบอกหลายอย่าง
“แนะนำ” “กำหนดทิศทาง” “นำทาง” “บอกทาง” “ชี้ทาง”
ซึ่ง “ลูกไกด์” ของพ่อแม่กำลังเป็นกำลังทำให้เห็น...

ตั้งแต่เกิดมาไกด์เอาแต่กินนอนขับถ่าย
เหมือนกับต้องเดินทางมาไกลแสนไกล
เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าอดหลับอดนอนหิวโซ
วางท่าไหนอยู่ท่านั้นแม้ขยับตัวก็ไม่คิดจะออกแรง
ราวกับ “แนะนำ” โดยนัยให้พ่อแม่มือใหม่เรียนรู้ดูสังเกต
หากยังทำไม่เป็นก็จะส่งเสียงเล็กแหลมเตือนเป็นระยะ
ร้องทีพ่อแม่ต้องรีบดูเวลาทีว่าได้เวลาอาหารแล้วหรือยัง
ถ้าไม่ก็ต้องรีบสอดนิ้วลอดแพมเพอร์สดูว่าแฉะดูว่าเลอะรึยัง
หยุดร้องหยุดส่งเสียงเมื่อไรก็คือ “ถูกต้องแล้วครับ”
พอเริ่มเข้าที่เข้าทางก็จะส่งเสียงครางเป็นระยะ
“แนะนำ” ให้รู้ว่านอกจากกินนอนขับถ่าย
ลูกยังต้องการความรักความอบอุ่นความสนใจ
แต่ละครั้งที่ส่งเสียงครางจึงเป็นการย้ำเตือน “ไกด์อยู่นี่นะ”
แค่เสียงเรียกชื่อแค่มือแตะสัมผัสลูบคลำก็มากเกินพอ
ให้รู้สึกพอใจให้รู้สึกมั่นใจให้รู้สึกยังเป็นศูนย์กลางความสนใจ
ไกด์ยัง “แนะนำ” พ่อแม่มือใหม่ต่อไปโดยไม่ต้องพูดไม่ต้องบอก
อาบน้ำ ตัดเล็บ เปลี่ยนชุด วัดอุณหภูมิ ดูดเสลด เช็ดน้ำมูก ชั่งน้ำหนัก
เหมือน “บอกทาง” เหมือน “ชี้ทาง” ในทุกเรื่องในทุกขั้นตอน
ยังไม่พอพ่อแม่ยังต้องเปิดตำราค้นคว้าคู่มือเลี้ยงลูก
ไม่ต่างกับถูกบังคับให้เรียนให้รู้ให้ฝึกฝนให้ปฏิบัติ
กระทั่งกลายเป็นมืออาชีพทั้งพ่อทั้งแม่
ที่จะให้แม่คนเดียวดูแลลูกทุกเรื่องก็คงไม่ใช่
เพราะไกด์ต้องการทั้งแม่ทั้งพ่อเพื่อให้รู้สึกอบอุ่น
แม่คอยดูแลเรื่องอาหารพ่อคอยอาบน้ำเช็ดตัว
แม่คอยอุ้มเดินกลางวันพ่อคอยอุ้มเดินกลางคืนสลับมือแต่ใจเดียวกัน
กระทั่งเกิดความรักความผูกพันไม่เพียงแม่ผู้อุ้มท้องให้กำเนิด
แต่พ่อผู้เป็นหุ้นส่วนมาตั้งแต่เริ่มรู้จักเริ่มรักแม่มาโดยตลอด
ไกด์จึง “นำทาง” พ่อแม่ตั้งแต่ก่อนปฏิสนธิก็ว่าได้
จนวันนั้นความรักที่พ่อแม่มีต่อกันกลับเป็นเลือดเนื้อชีวิตใหม่
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาพ่อแม่คิดอะไรทำอะไรมีไกด์ร่วมอยู่ด้วย
จะว่าไปแล้วไกด์นั่นแหละที่ “กำหนดทิศทาง” ชีวิตพ่อชีวิตแม่
ชีวิตแต่ละวัน หน้าที่การงาน การวางแผนวางอนาคตครอบครัว
มีไกด์เป็นตัวแปร มีไกด์เป็นแรงบันดาลใจ มีไกด์เป็นกำลังใจ...

เด็กแต่ละคนที่เกิดมาไม่ต่างกับเทพ
เมื่อคำนึงว่าแต่ละชีวิตเป็นของขวัญจากองค์พระผู้เป็นเจ้า
เป็นชีวิตจาก “ชีวิต” เป็นความรักจาก “ความรัก” เป็นพรจาก “พระพร”
เด็กแต่ละคนจึงเป็นเทพจึงเป็นไกด์ให้พ่อแม่...ก่อนอื่นหมด •