สร้างมนุษย์มาบนโลกใบนี้ทั้งที
พระเจ้าคงไม่ได้ให้ดำเนินชีวิตแค่ผ่านๆ ไป
ก่อนจะร่างกายจะเสื่อมโทรมดับลงไปตามวาระ
แล้วจิตวิญญาณผ่านไปสู่ชีวิตนิรันดร
หากแต่ทรงประสงค์ให้ดำเนินชีวิต
ด้วยความเต็มเปี่ยมในขีดจำกัดที่มนุษย์มี
ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าทั้งสำหรับตนเองทั้งสำหรับคนรอบข้าง
โดยมีอารมณ์ความรู้สึกตัณหา
คอยจุดประกายและขับเคลื่อน
ทำให้ชีวิตแต่ละวันมีสีสันตื่นเต้นเร้าใจ
แม้ยามร่างกายหลับนอนพักผ่อน
ชีวิตใช่จะหยุดนิ่งเงียบงันในความมืดแห่งคืนก็หาไม่
หากความฝันยังบันดาลความนึกคิดให้โลดแล่น
เนรมิตความมีชีวิตชีวาให้ความงดงามสีสันได้ไม่แพ้ยามตื่น
แต่ละรุ่งอรุณวันใหม่
ฟากฟ้าแต่งแต้มเส้นเมฆบางเปื้อนด้วยแสงแรกเรื่อ
เหมือนจะจงใจสร้างฉากหลังเวทีละครโรงใหญ่
ให้แต่ละชีวิตตื่นขึ้นมาแสดงไปตามบทบาท
แสงแดดให้ความอบอุ่นและความสว่าง
โลมตาโลมใจด้วยความงามอันกลมกลืนแห่งธรรมชาติรอบข้าง
ที่ขานรับเช้าวันใหม่ด้วยสีสันตามเหล่าตามชนิด
เหมือนจะชุบความรู้สึกผู้คนให้ยิ้มรับแรกเริ่มวัน
พร้อมความคาดหมายและความตื่นเต้นที่ไม่คาดคิด
วันเคลื่อนเวลาคล้อยไปตามจังหวะไม่เร่งรีบ
ตามครรลองนาฬิกาคู่ไปกับนาฬิการ่างกาย
แสงในฟากฟ้าเปลี่ยนสีเพิ่มอุณหภูมิ
ก่อนจะลดลงยามตะวันคล้อยหลัง
กระทั่งอัศดงมาเยือนจึงไปเปลี่ยนไป
สีสันท้องฟ้าเหมือนบอกเตือนทิ้งท้ายวัน
ตั้งใจให้ความสุขตาพร้อมบอกลาโดยนัย
เหล่าสัตว์น้อยใหญ่อีกทั้งนกกาหลากประเภท
ต่างส่งเสียงร้องขานล่ำลาวันด้วยรู้คุณ...

หากมองให้ล้ำลึกเข้าให้ถึงแก่น
ชีวิตมนุษย์ในโลกใบนี้
มีมากกว่าแค่เกิดมาดำเนินชีวิตแล้วตายไป
ทุกอย่างทั้งในตัวมนุษย์ทั้งธรรมชาติรอบข้าง
ล้วนตอกย้ำพระประสงค์ของพระผู้สร้าง
ให้เกิดมาให้มีชีวิตให้มีความสุขให้มีความเต็มเปี่ยม
พร้อมทรงเติมเต็มให้มากเกินพอ
ทั้งในธรรมชาติทั้งในตัวมนุษย์ทั้งในผู้คนรอบข้าง
ไม่แพ้ “เหล้าองุ่นชั้นเลิศ” ในวันนั้นที่หมู่บ้านคานา
ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะเล่นด้วยหรือไม่
แค่บอกตนเองว่าอยากมีชีวิตเต็มเปี่ยม
แค่บอกคนรอบข้างว่าอยากให้ทุกคนมีความสุข
ก็จะมีทุกอย่างเอื้อให้สมหวังสมความตั้งใจแล้ว
เริ่มจากคนใกล้ตัวเป็นอันดับหนึ่ง
น่าเสียดายที่มักจะมองคน “นอก” บ้านมากกว่า “ใน”
ก็เลยแต่งหน้าแต่งตาเมื่อออกนอกบ้าน
ทั้งที่คนในบ้านน่าจะได้เห็นน่าจะได้ชมก่อนใคร
ก็เลยใส่ชุดสวยชุดใหม่เมื่อออกงาน
ทั้งที่คนในบ้านน่าจะได้ยลทั้งวัน
ก็เลยโกนหนวดอาบน้ำหวีผมเมื่อไปข้างนอก
ทั้งที่คนในบ้านน่าจะรับรู้สัมผัสได้ตั้งแต่เช้า
ก็เลยชอบยิ้มให้กล้องถ่ายภาพ
ทั้งที่คนรอบข้างสมจะได้รับมากกว่าหมด
และนี่คือความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
“วิถีพระเจ้า” กับ “วิถีมนุษย์”