บทความ
.................................................


คนไม่เคยถูกตัดเอากระดูกดีๆออกมา
ย่อมไม่รู้หรอกว่ามันเจ็บปวดขนาดไหน
สี่ชั่วโมงกว่าที่แพทย์ผ่าตัดกระดูกสะโพก
แล้วนำไปต่อกระดูกแขนที่หักแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ถือเป็นช่วงเวลาตรีทูตน้อยๆก็ว่าได้
ขณะที่ถูกเข็นกลับมาพร้อมสายระโยงรายางครึ่งหลับครึ่งตื่น
ทั้งสายน้ำเกลือทั้งออกซิเจนทั้งสายเลือดเสียทั้งสายปัสสาวะ
ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังท่องอวกาศอันเวิ้งว้าง
เสียงคนเฝ้าไข้ที่เดินข้างเตียงดูห่างไกลออกไป
ไม่ต่างกับเสียงที่ได้ยินในฝันแห่งภวังค์
“หน้าขาวซีดเหมือนไม่มีเลือด” แว่วเสียงย้ำ
ตามมาด้วยความรู้สึกว่าถูกย้ายเตียง
“จับมุมผ้าให้แน่นก่อน ระวังสาย... หนึ่ง สอง สาม...”
เนื้อตัวลอยล่องอยู่ในผ้าปูเตียงขาวที่สี่คนช่วยกันยกมุม
ก่อนจะถูกวางลงบนเตียงประจำห้อง
พร้อมๆกับความรู้สึกเจ็บบริเวณถูกผ่าตัด
เป็นอัตราส่วนกับผกผันกับยาสลบที่จางลง
จนดูเหมือนว่าระยะทางจากเตียงหนึ่งไปอีกเตียงหนึ่งยาวไปถนัด

“เครื่องบรรเทาความปวดติดอยู่กับเสาน้ำเกลือนะคะ...”
เสียงพยาบาลคนเดิมอธิบายเหมือนครูสอนเรียน
“สายยาวมาถึงข้างตัวนี้แล้ว ใกล้ฝ่ามือขวานี่...”
เธอพูดพร้อมยัดแท่งพลาสติกปลายสายไว้ในฝ่ามือ
“ปวดมากก็กดปุ่มที่อยู่ปลายสายนี้หนึ่งครั้งแค่ได้ยินเสียงติ๊ก”...
พร้อมกันนั้นก็ดึงนิ้วหัวแม่มือให้สัมผัสปุ่ม
เหมือนครูจับมือน้อยๆของนักเรียนถือปากกาเป็นครั้งแรก
“มอร์ฟีนก็จะไหลออกมาในปริมาณที่คุณหมอตั้งไว้”
เสียงเธอให้ความมั่นใจในประสิทธิภาพเต็มร้อย
“อย่าลืมกดนะคะ คืนแรกหลังผ่าตัดจะปวดจนทนไม่ไหว...”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงผู้มีประสบการณ์แกมเตือนให้เตรียมใจ
พลันทุกอย่างในห้องคนไข้กลับเงียบสงบออกวังเวง...

“สวัสดีค่ะ...ดูซิ เมื่อคืนกดยาแก้ปวดไปกี่ครั้ง...สามครั้งเอง...”
พยาบาลเวรเช้าทักทายแทบไม่มาดูหน้าดูตาตรงไปที่เครื่อง
“หรือว่าไม่ปวด...แต่เอ...ธรรมดาน่าจะปวดนะ ปวดมากๆด้วย...”
น้ำเสียงดูยังไม่หายแปลกใจระคนฉงน
“นี่ตัวเอง... บาทหลวงท่านกดไปแค่สามครั้ง...หรือว่า”
เธอหันไปพูดกับเพื่อนพยาบาลที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ปลายเตียง
“หรือว่า...คุณพ่อไม่รู้สึกปวดบ้างหรือคะ...”
เธอหันมาด้วยท่าทีฉงนแต่ก็คุ้นเคยในน้ำเสียง
หลังจากที่เคยถามอย่างเกรงใจว่าควรจะเรียกพระสงฆ์อย่างไร
“ปวดมากครับ... ปวดแทบนอนไม่หลับ...”
“แล้วทำไมไม่กดยาแก้ปวด...หรือว่า...”
สีหน้ามีความแปลกใจเป็นพื้นแต่ความงุนงงเด่นชัดมากกว่า
“หรือว่า...คุณพ่อมีเคล็ดลับมีวิธีการมีสูตรมีคาถา...แก้ปวด?”
เธอจ้องหน้าแม้มือจะง่วนอยู่กับการฉีดยาเข้าสายน้ำเกลือ
“ใช่ครับ...พ่อมีเคล็ดลับ จะว่าสูตรก็ได้ จะว่าคาถาก็คงไม่ผิด...”
ยังไม่ทันให้คนไข้พูดจบเธอก็รีบโพล่งขึ้นมามือที่จับเข็มฉีดยาชะงัก
“หนูว่าแล้วเชียว... ต้องมีอะไรดีแน่ เลยกดยาแก้ปวดแค่สามครั้ง...”
เสียงเธอเหมือนพูดกับตนเองกระชับความตระหนัก
“คุณพ่อคะ ไม่ทราบว่าพอจะบอกเคล็ดลับหรือสูตรหรือคาถา...”
เธอพูดน้ำเสียงจริงจังหลังจากวางเข็มฉีดยาไว้บนโต๊ะข้างเตียง
“หนูจะได้บอกคนไข้อื่นๆ...เมื่อต้องเจ็บต้องปวด...”
ความที่ต้องพบเห็นความเจ็บความปวดอยู่ทุกวี่ทุกวัน
อีกทั้งความสำนึกในจรรยาบรรณแห่งอาชีพพยาบาล
เธอคงไม่อยากให้ใครเจ็บใครปวดหากเลี่ยงได้
หากจะได้เคล็ดลับได้สูตรได้คาถาบรรเทาความปวด
เธอคงไม่ลังเลจะขอไว้...เพี่อคนไข้ของเธอ •