ชีวิต
ทุกวันนี้ช่างเร่งรีบไปซะทุกอย่าง
ก่อนนี้คอย “ลุ้น” ให้เวลาแต่ชั่วโมงผ่านไป
เพราะมีเวลาเหลือเฟือสำหรับนั่นทำนี่
แถมมีเวลาให้เป็นโบนัสพักผ่อนวันละหลายชั่วโมง
กับข้าวกับปลาอร่อยอย่างลงตัวเพราะมีเวลาพิถีพิถัน
แต่ละคำเคี้ยวไปลิ้มรสชาติไปให้อร่อยทั้งปาก
แต่เดี๋ยวนี้ต้อง “แข่ง” กับเวลาแทบต้องวิ่งขาปัด
แม้เวลาจะเท่าเดิมในแต่ละชั่วโมงแต่ละวัน
แต่สิ่งที่ต้องทำช่างมากมายจนทำไม่ทัน
ทศกัณฐ์ผู้มีสิบหน้ายี่สิบกรในวรรณคดีมีให้เห็นตัวเป็นๆ
วันๆต้องเปลี่ยนสีหน้าวันละหลายครั้งตามบทบาท
มือก็พัลวันกับงานบ้านงานสำนักงานธุรกิจแทบไม่ได้หยุดนิ่ง
กับข้าวกับปลาก็ต้องพึ่งพาอาหารสำเร็จรูป
แต่ละคำต้องรีบเคี้ยวรีบกลืนอร่อยแค่ปลายลิ้นขอให้อิ่มท้อง
หน้ามืดทีก็แวะร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางที
กินง่ายไม่แพงรสชาติกลมกล่อมชามเดียวอิ่มท้อง
ฝากท้องก่อนเข้าบ้านหรือไม่ก็หิ้วติดมือมากินมาเผื่อคนใกล้ตัว
ร้านก๋วยเตี๋ยวเลยอยู่ได้ขายได้ขายดีทั้งวันทั้งคืน
อย่างร้านริมถนนหน้าบ้านเปิดขายตอนเย็นเลยไปเที่ยงคืน
ก่อนนี้มีคนเข้าออกแทบไม่มีที่นั่งเพราะเป็นร้านเดียวย่านนี้
เดี๋ยวนี้ก็ยังพอมีคนเข้าออกทั้งมากินทั้งมาพูดคุย
นอกจากรสชาติน้ำซุปยังเข้มเข้นอร่อยถูกปากแล้ว
ยังมีลูกชายวัยสามขวบที่คนอยากจะคุยด้วยแทบใจขาด
ปากต่อปากร่ำลือกันหนาหูว่าเจ้าหนูน้อยมี “องค์ประทับ”
ให้เลขสามตัวได้แม่นยำจนเจ้ามือหวยต้องตามหา
หนักเข้าทั้งพ่อทั้งแม่ต้องปิดร้านก๋วยเตี๋ยวพาลูกไปเก็บตัว
ร้านราดหน้าข้างๆก็เลยขายดีจนต้องหาเด็กช่วยเพิ่มด่วน
กระทั่งเมื่อต้นเดือนจึงกลับมาเปิดร้านขายใหม่
ยังความโล่งอกทั้งนักชิมขาประจำทั้งนักล่าเลขสามตัว
เจ้าหนูน้อยก็ยังคงสนุกสนานไปวันๆประสาเด็กวัยนั้น
มองเผินๆก็ดูไม่ออกว่ามีอะไรแตกต่างจากเด็กอื่นนัก
ทั้งที่คนอื่นยืนยันว่ามีองค์ประทับอยู่จริง
พร้อมสำทับว่าไม่เชื่อก็อย่างลบหลู่...

จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็คงไม่มีใครว่าใครบังคับ
เพราะคนที่พูดก็เราๆท่านๆว่าไปตามศรัทธาเลื่อมใส
ฟังไปแอบยิ้มไปหรือฟังไปแอบตะลึงไปไม่ว่ากัน
แต่ที่ได้ยินกันในวัดวันอาทิตย์ก่อนไม่ธรรมดา
ผู้ที่พูดเชื่อถือได้เต็มร้อยคำไหนคำนั้น
เป็นการยืนยันหนักแน่นว่า “ศิษย์” แต่ละคนมี “องค์ประทับ”
“ผู้ใดรักเรา ผู้นั้นจะปฏิบัติตามวาจาของเรา
พระบิดาจะทรงรักเขา
พระบิดาจะเสด็จพร้อมกับเรามาหาเขา
จะทรงพำนักอยู่กับเขา....”
ชัดเจนกว่านี้คงไม่มีแล้วหากจริงจังตามคำพูด
แต่ศิษย์จะสำนึกจะชื่นชมจะภาคภูมิใจหรือไม่แค่ไหน
วัดได้เห็นได้เป็นประจักษ์ในท่าทีในพฤติกรรมในวิธีนึกคิด
ไม่อยู่คนเดียวไม่ทำอะไรคนเดียวไม่ตัดสินอะไรคนเดียว
ทุกอย่าง “แม่นยำ” ตามจริงตามหลักการตามความเชื่อ...

คนที่รู้ตัวว่ามี “องค์ประทับ” มีเคล็ดต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
ทำผิดทำพลาดเมื่อไรถือว่าทำผิดทำแสลงองค์ประทับ
หนักเข้าถึงขนาดองค์ประทับต้องตีจากเหลือแต่ตัวคนเดียว
ผู้เป็น “ศิษย์” จะรู้หรือถึงข้อกำหนดข้อปฏิบัติเหล่านี้บ้างหรือเปล่า
สำนึกในการมี “องค์ประทับ” ยังคงไม่พอ
หากแต่ต้องจริงจังเคร่งครัดกับการรักษา “องค์ประทับ” ไว้ให้ตลอด
สิ่งในไม่ถูกต้องสิ่งใดไม่โปร่งใสสิ่งใดทำให้แสลง
พึงต้องห่างพึงต้องละเว้นพึงต้องระวัง...แม้แต่จะคิดก็ไม่น่า