ใครจะเคยคิดว่าอาหารการกินจะขาด
ทั้งที่เมืองไทยอุดมสมบูรณ์มีข้าวในนามีปลาในน้ำ
มีให้กินจนเหลือเฟือมาตั้งแต่เริ่มเป็นประเทศไทย
ภูมิประเทศดินฟ้าอากาศก็ช่างเป็นใจให้ตลอด
ปลูกข้าวปลูกผักเลี้ยงหมูเลี้ยงวัวเลี้ยงควายเลี้ยงปลาเลี้ยงกุ้ง
แล้วจู่ ๆ น้ำมันปาล์มไม่มีให้ใช้ไม่มีให้ซื้อหาแม้มีเงิน
ต้องเข้าแถวเป็นวันต้องแบ่งสันปันส่วนราวอยู่ในภาวะสงคราม
ส่งผลให้อาหารการกินราคาแพงขึ้นเกือบเท่าตัว
จนต้องพากันกังขาหาเหตุหาที่มาหาที่ไปกันวุ่น
กว่ารู้ว่ามีการกักตุนไว้เอากำไรโหดก็ตั้งนานสองนาน
พาให้เสียทั้งอารมณ์เสียทั้งความรู้สึกเสียทั้งความเชื่อมั่น
บริหารประเทศชาติกันอย่างไรแค่คนกลุ่มน้อยได้ประโยชน์
ในขณะที่คนทั้งแผ่นดินต้องลำบากต้องเสียสิทธิต้องเสียสวัสดิการ
ก็รัฐมนตรีเอาแต่ขึ้นป้ายหราติดรูประบุตำแหน่งบอกพรรคสังกัด
เพื่อหวังผลระยะสั้นระยะยาวเมื่อกลิ่นการเลือกตั้งเริ่มโชย
ทั้ง ๆ ที่เนื้อหาใจความบนป้ายก็ไม่ได้บอกอะไรให้น่าเชื่อถือให้อุ่นใจ
ไม่ว่าจะผลงานไม่ว่าจะความมุ่งมั่นรับใช้ชาติไม่ว่าจะนโยบาย
แต่ละป้ายจึงเน้นแค่หน้าตาที่ช่างเทคนิคแต่งให้ดูดีเกินจริงเท่านั้นเอง

จะว่าไปแล้วการบริหารบ้านเมืองได้แค่นี้ก็ถือว่าดีระดับหนึ่งแล้ว
เพราะความคิดความอ่านอีกทั้งเวลาเกือบส่วนใหญ่ใช้เพื่อแก้ปัญหา
จนแทบหมดแรงหมดศักยภาพหมดเวลากับการพัฒนาประเทศชาติ
ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็แทรกเข้ามาเป็นระลอก
ไหนจะปัญหาในพรรคไหนจะปัญหากับพรรคร่วมพรรคฝ่ายค้าน
แล้วนั้นปัญหาจากกลุ่มจากสีเสื้อจากขบวนการนอกระบบ
แค่แก้ปัญหาแต่ละอย่างให้ผ่านไปได้แบบคาบเส้นก็ถือว่าบุญแล้ว
การพัฒนาจะเห็นเป็นรูปธรรมก็แค่ตัวเลขงบประมาณก้อนใหญ่
ได้ไปแล้วต้องเฉือนต้องตัดต้องทอนต้องแบ่งต้องหาร...ตามลำดับ
กว่าจะไปถึงการพัฒนาชาติก็งบประมาณก็เหลือแค่ “ประมาณ ๆ ”
เพราะหมดไปกับการพัฒนา “เฉพาะตัว” ไม่น้อยทีเดียว
ทุกคนก็รู้แก่ใจว่านี่คือ “กระบวนการ” ของการบริหารบ้านเรา

ระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยใช้ตัวแทนราษฎรบริหารชาติ
แต่ละจังหวัดเลือกตัวแทนเข้าไปเป็นปากเป็นเสียงในรัฐสภา
คอยกำกับควบคุมตรวจตราประเมินการบริหารของรัฐบาล
ทุกอย่างว่ากันไปตามตัวบทกฎหมายบทบาทหน้าที่ตัวแทน
แต่พอเอาจริง ๆ เข้าต่างพากันใช้ “มวยวัด” ทั้งในและนอกรัฐสภา
แทนที่จะคำนึงถึงประโยชน์ของชาติความอยู่ดีกินดีของพลเมือง
ต่างก้มหน้าก้มตาหาประโยชน์เข้าพรรคเข้าตัวให้วุ่นวาย
ใช้ทุกยุทธศาสตร์ป้ายร้ายป้ายสีทำลายความน่าเชื่อถือกันทุกครั้งไป
หาเรื่องหาความผิดในตำแหน่งหน้าที่ไม่ได้ก็เล่นเรื่องส่วนตัว
วัน ๆ ก็เอาแต่แฉเอกสารนั่นข้อมูลนี่อวดอ้างความ “เด็ด” ทุกอัน
ลงเอยผู้ที่อยู่ในตำแหน่งบริหารต้องคอยแก้ต่างคอยแก้ตัวพัลวัน
เวลาและเรี่ยวแรงจะบริหารก็หมดไปกับการแก้เกมนอกระบบ
คนที่ไม่มีหน้าที่โดยตรงกับการบริหารฮึกเหิมจะบริหารเสียเอง
พากันออกมายึดถนนเรียกร้องตำหนิสอนมวยรัฐบาลยิ่งกว่ากุนซือ
ต้องทำอย่างนี้ต้องจัดการเรื่องนี้ต้องโต้ตอบกลับต้องแข็งข้อ...
พร้อมสรุปด้วยสูตรสำเร็จรูป “ทำไม่ได้ก็ลาออกซะ...”

บ้านเมืองจะเสียหายพังพินาศหากไม่ยึดถือกฎกติกาเป็นหลัก
ถ้าแต่ละคนแต่ละกลุ่มแต่ละฝ่ายแต่ละพรรคเอาใจตนเป็นใหญ่
การบริหารย่อมสะดุดการพัฒนาต้องชะงักประชาชนเดือดร้อน
เมื่อไรจะเรียนรู้ความผิดพลาดจากอดีตกันเสียที
หันมาเล่นตามกฎติกาตามบทบาทตามหน้าที่ตามลำดับขั้นตอน
ประเทศชาติจะได้พัฒนาประชาชนจะได้อยู่ดีกินดี...ถ้วนหน้า •