พูดถึงสวรรค์ทีไรก็ให้รู้สึกไกลตัว
เริ่มตั้งแต่คิดว่าไปสวรรค์ได้ก็ต้องตายก่อน
ระยะเวลาและระยะทางดูจะใกล้สำหรับคนอายุมาก
แต่ยังอีกไกลสำหรับคนอายุแรกรุ่นหนุ่มสาว
ถึงกระนั้นก็ต้องว่าตามลำดับขั้นตอนก่อนหลัง
ชีวิตโลกนี้ก่อนแล้วจึงตามด้วยชีวิตนิรันดร
สวรรค์จึงเป็นเรื่องของการรอคอยในความเชื่อในความหวัง
แม้ชีวิตและความตายเองก็เหมือนจะเป็นคนละเรื่อง
หลายคนดำเนินชีวิตเหมือนไม่มีวันตาย
สวรรค์ก็ยิ่งห่างออกไปจนอยู่นอกสายตา
แต่ก็อดไม่ได้ที่อยากจะลิ้มรสสวรรค์
มีความสุขทีทุกอย่างราบรื่นทีรู้สึกสงบสบายใจที
ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยคำว่า “สวรรค์” จากก้นบึ้งแห่งใจ
มือก็เหมือนได้แตะได้สัมผัสสวรรค์ไม่เกินเอื้อม
แล้วต้องกลับมาพบกับความจริงแห่งชีวิตต่อไป...

อีกหลายครั้งที่พูดติดปากว่าสวรรค์อยู่เบื้องบน
จัดให้โลกอยู่กลางสวรรค์อยู่บนนรกอยู่ล่าง
“ขึ้นสวรรค์” “ลงนรก” จึงพูดไปหมายไป
คนดีตายแล้วขึ้นสวรรค์คนเลวตายแล้วตกนรก
ไม่เพียงเท่านั้น
ใครที่อยากไปสวรรค์ต้องลำบากลำบนอดทนเสียสละ
เหมือนออกแรงตอนนี้เพื่อหวังผลที่ดีกว่า
ในขณะที่ใครเอาแต่สบายปล่อยเนื้อปล่อยตัวคงไม่พ้นนรก
อย่างที่พูดเปรียบเปรยสอนใจให้ตระหนัก
“ทางเตียนเวียนลงนรก ทางรกวกขึ้นสวรรค์”
สวรรค์นรกจึงห่างไกลไปอีกหลายลี้หลายขุมเขา...

เมื่อครั้งพระเยซูเจ้าเสด็จกลับสวรรค์
ศิษย์และสาวกก็มีท่าทีความคิดความรู้สึกทำนองเดียวกัน
ต่างก็ได้แต่ชะเง้อเพ่งตามองตามพระอาจารย์ขึ้นไป
รู้สึกถึงการพรากจากรู้สึกถึงระยะห่างกันไป
กระทั่งทูตสวรรค์ต้องดึงสติสัมปชัญญะพวกเขาคืนมา
“ท่านทั้งหลายยืนแหงนมองท้องฟ้าอยู่ทำไม...”
เหมือนจะให้สติว่าชีวิตจริงอยู่บนพื้นโลกต่างหาก
พร้อมกับเตือนให้สำนึกในบทบาทที่มีต่อเพื่อนร่วมโลก
พระเยซูเจ้าได้เสด็จมาเปลี่ยน “สวนเอเดน” ที่บาปมนุษย์ทำลายสิ้นสภาพ
ให้กลับมาเป็นสวรรค์บนแผ่นดินสมตามฉายาเมื่อแรกที่พระเจ้าทรงสร้าง
ทรงทำลายบาปด้วยความรักยิ่งใหญ่แห่งพระเจ้า
ทรงประสงค์ให้แผ่นดินนี้กลายเป็นสวรรค์ด้วยรักเดียวกัน
ทรงสั่งให้เราท่านบันดาลให้สวรรค์เกิดขึ้นด้วยความรัก
ทำให้สวรรค์ในโลกต่อเนื่องไปสู่สวรรค์นิรันดรอย่างไม่ขาดตอน...

อันที่จริงมีการพูดกันว่า “สวรรค์ในอก นรกในใจ” นั้น
คงไม่ใช่เป็นคำเปรียบเปรยเปรียบเทียบให้มีสติ
หากแต่เป็นความจริงชีวิตจริงของแต่ละวัน
สวรรค์นรกจึงอยู่ที่นี่ไม่ต้องไขว่คว้าไม่ต้องเอื้อมให้ไกล
เรามักจะพูดว่า “ไปสวรรค์ไปอยู่กับพระกับเทวดากับนักบุญ”
มีคนที่เรารักตายจากไปเราก็บอกว่าเขาไปสบายไปอยู่กับพระ
หากเราเชื่อว่าพระเจ้าทรงอยู่ทุกแห่งหน
และที่ใดมีพระเจ้าอยู่ที่นั่นมีเทวดามีนักบุญห้อมล้อมอยู่พร้อมหน้า
สวรรค์จึงอยู่ทุกแห่งอยู่ในมนุษย์แต่ละคนที่มีความรักเป็นที่ตั้ง
แล้วยังจะขาดอะไรอีกเพื่อสร้างสวรรค์ตั้งแต่เดี๋ยวนี้
สวรรค์ในใจสวรรค์ในครอบครัวสวรรค์ในที่ทำงานสวรรค์สังคม
พระเจ้าก็มีแล้วเทวดาก็มีแล้วนักบุญก็มีแล้ว
เพียงแค่สำนึกเพียงแค่มีสติเพียงแค่เชื่อให้จริง
แต่ละวันสามารถอยู่กับพระเจ้าอยู่กับเทวดาอยู่กับนักบุญได้ตลอด
หากต้องการให้ “สวรรค์อยู่ในอก” จริงๆ •