เป็นธรรมดาของคนมีชื่อเสียงผู้คนรู้จัก
พอมีข่าวทีก็เป็นเรื่อง “พูดคุยของเมือง” ที
แล้วก็โยงใยความรู้สึกค่าที่เคยแอบผูกพันทางใจกันมา
พร้อมเฝ้าติดตามสถานการณ์ในรายละเอียดลึกตื้นหนาบาง
ต้องรู้ให้ได้ “ทำไม” “อะไรเป็นต้นเหตุ” “มีใครเกี่ยวข้องด้วย”
ก็เห็นมากับตาว่ารักกันแทบกลืนแทบกิน
ไม่ต่างกับนวนิยายกลายเป็นจริงกลายเป็นตัวเป็นตน
ทุกอย่างลงตัวฝ่ายหนึ่งมีทรัพย์สมบัติอีกฝ่ายมีรูปสมบัติ
แถมมีอย่างหนึ่งเหมือนกันตอนนั้น...ชื่อเสียง
ออกข่าวทีไรใครเห็นใครชื่นชมใครหลายคนแอบอิจฉาลึก
แม้ลึกลงไปในใจจะมีความรู้สึกไม่มั่นใจเต็มร้อยนัก
เมื่อเวลาผ่านไปสิ่งชี้บอกความใกล้ชิดสนิทสนมจะน้อยลงไป
แต่ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาของการขึ้นลงเข้มจางแห่งอารมณ์มนุษย์
ได้แต่เอาใจช่วยด้วยรักด้วยเอ็นดูทั้งสองฝ่ายเป็น...

พอได้ข่าว “เตียงหัก” ตามด้วย “แยกเตียง” ก็อดใจหายไม่ได้
ทันทีก็ต้องคิดถึง “บุคคลที่สาม”...ตัวการทำร้ายทำลายรักแห่งชีวิตคู่
เพราะธรรมชาติแห่งรักชายและหญิงต้องเป็น “คู่” เท่านั้น
พอเริ่มมี “คี่” เข้ามาเมื่อไรก็คงเหลือแค่ “หนึ่ง” หรือไม่ก็ “สาม”
ตามด้วยจุดจบแห่งความรักที่เฝ้าปลูกเฝ้ารดน้ำพรวนดินกันมา
จะแปลกหน่อยที่คราวนี้ “บุคคลที่สาม” ไม่ใช่ “คน”
แต่เป็น “เวลา” ที่ต่างฝ่ายต่างยืนยันว่าเป็นต้นเหตุใหญ่
หน้าที่การงานทำให้แต่ละฝ่ายไม่สามารถมี “เวลา” ให้กัน
ไหน ๆ จะไม่มีเวลาให้กันก็เลยแยกกันอยู่แยกกันมีชีวิต
กระทั่งมาถึงการตัดสินใจหย่าขาดกันไปแม้ยังรักกันอยู่
จะรักจะชอบจะไปกับใครไม่ว่ากันทำได้เต็มที่เหมือนโสด
นวนิยายที่ทำท่าว่าจะเป็นจริงต้องกลับไปเป็นนวนิยายอีกเรื่อง...

ที่แน่ ๆ หลายคนรอดตัวไปอย่างหวุดหวิด
โดยเฉพาะคนที่เคยคบหาเคยเที่ยวเคยติดต่อกันมา
ในเมื่อตัวการอยู่ที่ “เวลา” คนจึงไม่เกี่ยว
แถม “เวลา” ไม่มีตัวไม่มีตนให้จับให้คั้นให้ปรักปรำให้เอาผิด
ใครก็ตามที่รับรู้คงอดคิดไม่ได้ว่าจับ “แพะ” อีกตามเคย
จะว่าไปแล้วเวลาจะมีตัวตนก็ต่อเมื่อโยงเข้ากับคน
เวลาจึงเป็นมิติหนึ่งแห่งความเป็นคน
จะมีเวลาหรือไม่มีเวลาก็ขึ้นกับคนเป็นหลัก
เวลาจึงเป็นมิติหนึ่งแห่งความรักที่คนมีต่อกัน
รักใครก็คือให้เวลาแก่คนนั้นขึ้นอยู่กับรักมากรักน้อย
เวลาจึงเป็นมาตราวัดความเข้มข้นหรือความเจือจางของความรัก
ยิ่งยุคนี้ที่มีอะไรต้องทำแทบบริหารเวลาแต่ละวันไม่ทัน
จะบอกรักใคร...จึงต้องบอกรักด้วยเวลา
หากปากพูดว่ารักแต่เอาเวลาส่วนใหญ่ไปให้อย่างอื่นให้คนอื่น
ก็คงเป็นแค่รักด้วย “คำพูด” กลวงๆไร้ซึ่งความหมายไร้ซึ่งคุณค่า
ในเมื่อเวลาเป็นมิติหนึ่งของความรักที่เห็นเป็นรูปธรรม
เวลาที่ให้จึงต้องมีคุณภาพ...ไม่ใช่สักแต่ให้เวลา
แม้จะสั้นแต่มากด้วยคุณภาพแห่งจิตแห่งใจแห่งความอบอุ่น
เพราะแต่ละวินาทีแต่ละนาทีแต่ละชั่วโมงมีความรักคอยเติมเติมให้
ช่วงเวลาสั้นแต่ก็เหมือนยาวนานด้วยอมตะแห่งรักนิรันดร์...

การเริ่มมีมิตรภาพมีความรักไม่ยาก
แต่การสานต่อมิตรภาพและความรักตลอดไปนั้นยาก
หากมอง “เวลา” เป็นแค่ตัวบ่งบอกความยืดยาวคนทนก็น่าหวั่น
แต่หากมอง “เวลา” เป็นมิติแห่งความเสมอต้นเสมอปลาย
การเริ่มต้นและความต่อเนื่องของมิตรภาพและความรัก
ก็จะเป็นสิ่งเดียวกัน...อย่างแยกไม่ออก •