เทคนิการสื่อสารก้าวหน้ากว้างไกลรวดเร็วประชิดตัว
สร้างโอกาสให้สื่อสารแสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนประสบการณ์
พร้อมกับพื้นที่และสนามเพื่อการสื่อสารก็เป็นใจให้ทุกระดับทุกเพศทุกวัย
เน้นการสื่อสารรูปแบบการสื่อสารหลากหลายรูปแบบ
แต่สารที่จะสื่อกลับไม่ได้มากตามอัตราส่วน
ส่วนใหญก็จะเป็นเรื่องความคิดเห็นความชอบความศรัทธาส่วนตัว
ไม่ว่าจะเป็นบุคคลกระแสค่านิยมสิ่งของเครื่องใช้เครื่องสำอางค์
ที่อยากจะพูดอยากจะบอกอยากจะสื่อสารอยากประชาสัมพันธ์
เหมือน “มีอะไรอยากจะบอกใครสักคน” เพียงเพื่อให้ร่วมรับรู้
ในเมื่อไม่รู้จะพูดกับใครก็ขอพูดกับ “ใครก็ได้” ที่ผ่านเข้ามา
เพียงเพื่อได้สื่อออกมาโดยไม่คิดไม่หวังจะได้รับคำตอบความคิดเห็น...

กรณีของน้องมาร์ควีสิบเอ็ดเป็นตัวอย่างที่เห็นได้เป็นรูปธรรม
น้องมีเครื่องมือมีพื้นที่มีวิธีสื่อสารที่เปิดกว้างอยู่ต่อหน้า
ทุกอย่างดูลงตัวเป็นใจให้แสดงความคิดเห็นความรู้สึกได้เต็มที่
ชื่นชอบใครไม่เห็นด้วยกับใครไม่ถูกใจใครไม่อยากได้ใครน้องพูดได้หมด
หากมองดูในแง่บวก็ถือว่าน่าชื่นชมระดับหนึ่งสำหรับเด็กวัยนี้
รู้จักแสดงความคิดเห็นรู้จักเลือกข้างรู้จักวิเคราะห์รู้จักวิจารณ์
เพียงแต่น้องรู้วิธีการสื่อสารแต่ไม่รู้ว่าจะสื่อสาร “อย่างไร”
เพราะทุกครั้งที่สื่อสารมีบุคคลจำนวนมากที่เกี่ยวข้องด้วย
เริ่มตั้งแต่ตัวคนสื่อสารคนรับสารคนที่เกี่ยวข้องกับสารที่สื่อ
การจะสื่อสารยึดเอาคนสื่อเป็นหลักอย่างเดียวถือว่าไม่ครบกระบวนการ
น่าจะเริ่มต้นจากความเคารพต่อตนเองเคารพต่อคนรับสารคนเกี่ยวข้องกับส
หากคนสื่อสารไม่เคารพตนเองถือได้ว่าดูถูกดูหมิ่นคนรับสารโดยปริยาย
ไม่ต่างกับเอาความถ่อยของคนสื่อไปยัดเยียดให้คนรับสารที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่
การจะคิดว่านั่นเป็นเรื่องของคนรับสารเพราะเข้ามารับรู้เองไม่ได้บังคับ
ก็ยังถือว่าเป็นการกระทำไร้ซึ่งความรับผิดชอบนอกจากประจานตนเองแล้ว
เพราะทันทีที่เข้าสู่โลกการสื่อสารก็เข้าสู่โลกแห่งความสัมพันธ์กับทุกคน
และความสัมพันธ์กันย่อมต้องมีสิทธิและหน้าที่ควบคู่กันไป

คุณมีสิทธิ์สื่อสารตามต้องการแต่คุณมีหน้าที่เคารพต่อคนรับสารไม่ว่าเป็นใคร
ยิ่งหากสารที่สื่อไปเกี่ยวข้องกับใครหน้าที่ผู้สื่อเพิ่มขึ้นทวีคูณ
เพราะแม้จะเป็นความคิดเห็นต่อใครคนหนึ่ง
แต่เขาคนนั้นมีคนอื่นเกี่ยวข้องด้วยนับร้อยนับพันนับหมื่นนับแสนนับล้าน
กับแต่ละคนผู้สื่อสารมี “หน้าที่” ด้วยไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
ยิ่งนอกจากจะไม่ชื่นชอบแล้วยังออกอาการดูถูกดูหมิ่นเหยียดหยามให้ของ
ก็ยิ่งถือได้ว่าการสื่อสารจบก่อนที่จะสื่อแล้ว
นอกจากจะไม่มีสารแล้วยังเป็นความกักขฬะที่หลุดออกมาทางช่องทางสื่อสาร
ตัวเองแปดเปื้อนยังไม่พอยังพลอยทำให้เครื่องมือสื่อสารพลอยมัวหมองไปด้วย

แต่จะตำหนิน้องมาร์ควีสิบเอ็ดคนเดียวก็คงไม่ถูกต้องนัก
จะว่าไปแล้วน้องเขาเป็นแค่ผลผลิตของรูปแบบการสื่อสารของผู้ใหญ่นั่นแหละ
ในเมื่อเห็นผู้ใหญ่เที่ยวโจมตีว่าร้ายป้ายสีสาดโคลนผ่านสื่อให้เห็นทุกวัน
กระบวนการซึมซับย่อมจะมีประสิทธิผลมากกว่าคำสอนของผู้ใหญ่
ไม่ต้องพูดถึงการชมการฟังผู้ทรงเกียรติอภิปรายในรัฐสภาอันทรงเกียรติ
มีทั้งคำโกหกคำเสียดสีคำหยาบคำกระแนะกระแหนคำก้าวร้าว
มีทั้งการชูนิ้วการท้าตีท้าต่อยการแจกของการเรียกเป็นสัตว์บางประเภท
แม้แต่ปราศรัยช่วงชุมนุมช่วงเรียกร้องก็ไม่เว้น
จะด่าใครจะสาบแช่งใครจะเกลียดชังใครทำได้หมด
แล้วจะให้เด็กและวัยรุ่นที่เห็นที่ได้ยินที่คิดเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร
จะต่อว่าจะตำหนิจะสั่งสอนจะห้ามปรามก็คงทำได้ไม่เต็มที่เต็มปากเต็มคำ
ก็ปั้นกันมากับมืออย่างนี้...ทำอย่างไรได้ •