ยิ่งวันถนนหนทางยิ่งดูคับแคบและน้อยลงเมื่อเทียบกับจำนวนรถ
ไม่ใช่ว่าถนนจะหดหายหรือหมดสภาพหรือปิดซ่อมหรือปิดตาย
หากแต่จำนวนรถที่วิ่งขวักไขว่ในแต่ละวันแต่ละคืนเพิ่มขึ้นทุกวัน
แค่ดูจำนวนรถป้ายแดงที่วิ่งกันให้เกลื่อนก็ให้เห็นเป็นตระหนัก
ไม่ต้องพูดถึงรุ่นถึงยี่ห้อที่ก่อนนี้ได้แต่เห็นในแค๊ตตาล๊อกตามป้ายโฆษณา
แต่เดี๋ยวนี้เหมือนทั้งถนนเป็นแค๊ตตาล๊อกให้เห็นวิ่งกับตาจะจะ
แม้กระทั่งรถหรูรถสปอร์ตก็มีมาจอดเคียงข้างรอไฟเขียวให้เปรี้ยวปาก
ถึงจะคิดทำใจว่ารถแพงแค่ไหนก็มีวิ่งได้เร็วเท่ากันในเมือง
แต่ก็ต้องชื่นชอบสไตล์รถชื่นชมกระเป๋าเงินคนนั่งหลังพวงมาลัย
ในเมื่อรถมีมากถนนมีเท่าเดิมเนื้อที่ให้ใช้สอยพลอยคับแคบไปด้วย
โอกาสเฉี่ยวโอกาสชนโอกาสประสานงาโอกาสแซงไม่พ้นมีสูง
รอยสีสเปรย์ฉีดบนพื้นถนนยืนยันความอึดอัดคับข้องใจผู้ใช้รถไม่เว้นวัน
พร้อมกันนั้นก็เสียงไซเรนจากรถมูลนิธิมีให้ได้ยินแทบเป็นเรื่องปกติ
แต่ละคันแต่ละมูลนิธิขยันขันแข็งกระวีกระวาดให้ความช่วยเหลือ
รีบร้อนเร่งรีบยิ่งกว่าญาติแซงซ้ายแซงขวายิ่งกว่ารถในสนามแข่ง
วิ่งจ่อท้ายมาหากไม่หลบไม่หลีกให้เตรียมใจเรียกประกันรถได้เลย
ทั้งที่ไปช่วยเหลือทั้งคนทั้งรถที่เกิดอุบัติเหตุเสี่ยงจะเพิ่มอุบัติเหตุซะเอง
ถึงที่เกิดเหตุก็รีบช่วยเหลือไปวิเคราะห์สถานการณ์ไป
“นี่ถ้าไม่แซงในที่ขับขัน...นี่ถ้าไม่ขับรถเร็วเกินไป...นี่ถ้าไม่เมา...”
อุบัติเหตุการบาดเจ็บการตายการสูญเสียคงไม่เกิดแบบนี้
รถผ่านไปมาชะลอดูแล้วก็คงคิดทำนองเดียวกัน...

นั่นคืออุบัติเหตุตามท้องถนนแต่อุบัติเหตุ “ทางใจ” ก็ไม่น้อยกว่ากัน
การกระทบกระทั่งคำพูดแทงใจท่าทีเกลียดชังเหยียดหยามสีหน้าดูถูกดูชัง
กลายเป็นการทะเลาะวิวาทตีรันฟังแทงประหัตประหารในแต่ละวัน
ทำร้ายทำลายจิตใจทำลายชีวิตเหยียบย่ำความรักตัดขาดญาติมิตร
อุบัติเหตุใกล้ตัวเกิดได้ง่ายจำนวนนับไม่ถ้วนแต่ละวัน
เกิดแต่ละครั้งนับความเสียหายหันมาทบทวนที่มาที่ไปเข้าทำนองเดียวกัน
“นี่ถ้าใจเย็นสักนิด...นี่ถ้าอดกลั้นกว่านี้สักหน่อย...นี่ถ้าเอาใจเขามาใส่ใจเรา...”
อุบัติเหตุทางใจทางอารมณ์ก็คงไม่เกิดถึงจะเกิดก็คงรุนแรงน้อยกว่านี้
แล้วก็ต้องสรุปอย่างเดียวกัน “นี่ถ้ามีสติ...เหตุผลคงนำหน้าอารมณ์...”
ยิ่งยุคนี้ที่กระแสพาให้สนใจสิ่งนอกกายใจไม่เคยอยู่กับเนื้อกับตัว
ก็ยิ่งต้องทำแต่ละอย่างและดำเนินชีวิตอย่างมีสติมากขึ้น
เมื่อมีสติรู้ตัวรู้ตนรู้เขารู้เราเหตุผลก็ควบคุมบริหารอารมณ์ได้ง่าย
แรงกระแทกกระทั้นทางความรู้สึกก็ไม่เกิดหรือเกิดก็บางเบา
เหมือนมีถุงลมนิรภัยช่วยให้แรงชนแรงปะทะลดลงยามเกิดอุบัติเหตุ
ไม่เช่นนั้นสติและเหตุผลก็คงเหมือนรถมูลนิธิเร่งรีบไปยังที่เกิดเหตุ
ทำได้อย่างมากก็ช่วยเหลือช่วยกู้ภัยช่วยเก็บชิ้นส่วนรถชิ้นส่วนคน
จะขอโทษขอโพยจะชดเชยชดใช้อย่างไรความรู้สึกก็คงไม่เหมือนเดิม...

ลูกหาบชาวอัฟริกันมีหลักการชีวิตและการทำงานที่แปลก
หลังจากต่อรองตกลงราคาค่างวดการบริการขนสัมภาระนักสำรวจแล้ว
ต่างก็ก้มหน้าก้มตาเดินคล่องแคล่วว่องไวเหมือนไม่มีสัมภาระติดตัว
แต่พอเดินทางมาได้สามวันวันที่สี่ก็ไม่ยอมเดินทางต่อเอาดื้อๆ
ผู้ว่าจ้างต่างก็แปลกใจระคนสงสัยว่าอาจต้องเจรจาราคาค่าจ้างอีกรอบ
กระทั่งหัวหน้าลูกหาบชี้แจงจึงได้เข้าใจให้รู้สึกทึ่ง
“หลังจากเดินเร็วมาสามวันแล้วเราต้องพักเพื่อให้วิญญาณตามมาทัน”
ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ลูกหาบชาวอัฟริกันที่ต้องหยุดรอวิญญาณ
หากแต่เราท่านในยุคแห่งความรีบเร่งตั้งแต่เช้าจรดเย็นคงต้องทำบ้าง
ทำอะไรคิดอะไรตัดสินอะไรให้จิตวิญญาณมีส่วนร่วมด้วย
หากจะตัดสินใจให้รอบคอบอีกนิดหากจะคิดให้กว้างกว่าหน่อย
หากใจเย็นอีกนิดพูดช้ากว่าหน่อยค่อยเจรจาค่อยว่าความ
เพื่อให้จิตวิญญาณจิตสำนึกสติสัมปชัญญะตามทันแต่ละครั้ง
อุบัติเหตุทางใจก็คงน้อยลงแทบจะไม่มีให้พบให้เห็น...อย่างแน่นอน •