ไม่ว่า
ศาสนาใดความเชื่อใดมีเรื่องของการสวดเป็นองค์ประกอบสำคัญ
ในขณะที่ความเชื่อเลื่อมใสสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระ
เชื่อว่ามีองค์พระเจ้าเชื่อในความดีเชื่อในความรักเชื่อในความเมตตาของพระองค์
การสวดเป็นการสื่อสารที่มนุษย์พยายามสื่อกับพระเจ้า
บอกถึงความเชื่อมั่นในฤทธิ์อำนาจความยิ่งใหญ่ของพระองค์
แม้จะไม่สามารถเห็นได้สัมผัสได้แต่ก็รู้สึกตระหนักในส่วนลึกแห่งตน
อย่างน้อยก็มั่นใจว่าพระเจ้าทรงสูงส่งเหนือมนุษย์ในความดีในความสามารถ
พร้อมกันนั้นก็ขอฝากเนื้อฝากตัวฝากครอบครัวฝากทรัพย์สินธุรกิจการงาน
อะไรที่เหลือบ่ากว่าแรงเกินความสามารถก็วอนขอพระองค์เมตตาช่วยเหลือ
บอกถึงความชื่นชมยกย่องเทิดทูนในความศักดิ์สิทธิ์ครบครันของพระองค์
แม้จะสาธยายสรรหาถ้อยคำงดงามเลอเลิศเพื่อสรรเสริญก็ยังรู้สึกไม่พอเพียง
สำนึกในความแตกต่างลิบลับทั้งในความดีทั้งในความศักดิ์สิทธิ์ครบครัน
อยากจะอยู่ใกล้ชิดแต่ก็ยังต้องยำเกรงจึงติดอยู่ระหว่างแรงดูดและแรงผลัก
บอกถึงความเสียใจสำหรับความขาดตกบกพร่องอ่อนแอผิดพลาด
ทำตัวไม่สมกับความยิ่งใหญ่ความศักดิ์สิทธิ์ความดีของพระ
ขอโทษขอความเมตตาขอความเห็นใจพร้อมสัญญาปรับปรุงแก้ไข
ถึงอย่างไรก็ขาดพระองค์ไม่ได้แม้รู้สึกไม่สมควร...

กระนั้นก็ดีความสัมพันธ์และการสื่อสารยังเป็น “ทางเดียว” เสียส่วนใหญ่
แสดงออกในความพยายามของมนุษย์ทั้งในการริเริ่มทั้งในกระบวนการ
ต้องคิดต้องจินตนาการภาพลักษณ์ข้อมูลท่าทีความรู้สึกของพระ
เริ่มจากที่พบเห็นในบุคคลที่ให้ความเคารพยกย่องนับถือชื่นชมใกล้ตัว
แล้วยกระดับทุกอย่างที่ดีงามสูงส่งไปถึง “ที่สุด” สำหรับพระเจ้า
ความสัมพันธ์และการสื่อสารกับพระจึงตั้งอยู่บนฐาน “ที่สุด” นี้
ไม่ว่าจะยกย่องสรรเสริญเทิดทูนหรือวอนขอความช่วยเหลือการอภัย
ในเวลาเดียวกันก็แสดงออกภายนอกในท่าทีสุภาพอ่อนน้อมพินอบพิเทา
อีกทั้งของถวายเครื่องเซ่นที่ดีกว่าหมดทั้งในคุณภาพทั้งในปริมาณ
ให้เป็นสัดส่วนกับสิ่งที่วอนขอสิ่งที่ได้รับสิ่งที่ยกย่องสรรเสริญ
และแม้ยังมีความรู้สึกไม่แน่ใจแต่ก็ถือว่าทำดีที่สุดที่จะทำได้แล้ว...

กระทั่งพระเยซูเจ้าทรงเผยทุกอย่างให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม
ความรู้สึกไม่แน่ใจในท่าทีต่อพระเจ้ากลายเป็นความมั่นใจขึ้นมา
พระเจ้าเป็นองค์ความศักดิ์สิทธิ์ความรักความเมตตา
พระองค์จึงทรงรักทุกคนและแต่ละคนมากกว่าที่คนรักตัวเองเป็นไหน ๆ
อย่างที่พอจะเห็นได้จากการที่พ่อแม่รักลูกมากกว่าลูกรักตัวเอง
ทรงรักโดยไม่มีเงื่อนไขเพราะความรักของพระองค์ยิ่งใหญ่กว่าเงื่อนไขใด ๆ
ไม่ทรงรักเพราะคนทำตัวน่ารักเป็นคนดีอ่อนน้อมเชื่อฟัง
หากแต่ความรักของพระองค์ทำให้แต่ละคนกลายเป็นคนน่ารักมีคุณค่าสูงส่ง
ทรงให้ฝนตกแดดออกเหนือทั้งคนดีและคนชั่ว
เช่นนี้ความพยายามของมนุษย์อีกทั้งเครื่องเซ่นของถวายหมดความหมายไป
เพราะความสัมพันธ์และการสื่อสารแต่ละครั้งมีพระเจ้าเป็นตัวตั้งตัวตี...

การสวดพลอยเปลี่ยนไปเมื่อพระเยซูเจ้าทรงยืนยันว่าพระเจ้าเป็นพระบิดา
พ่อแม่ย่อมรู้ว่าลูกต้องการอะไรควรจะได้อะไรก่อนและมากกว่าที่ลูกคิด
พ่อแม่ย่อมจะให้สิ่งที่ดีที่สุดดีกว่าที่ลูกขอดีกว่าที่ลูกคิด
เพราะความรักกับสิ่งที่ดีที่สุดเป็นเรื่องเดียวกัน
พระเยซูเจ้าทรงยืนยันทรงรับประกันเรื่องนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“พระบิดาทรงทราบดีว่าท่านต้องการอะไรก่อนที่ท่านคิดจะขอเสียอีก...”
“เมื่อสวดไม่ต้องพูดมากเหมือนกับว่ายิ่งพูดมากก็ยิ่งจะได้รับ”
“ท่านที่เป็นพ่อแม้จะเลวร้ายอย่างไรก็ยังรู้จักให้สิ่งที่ดีแก่ลูก...
สาอะไรกับพระบิดาเจ้าผู้ทรงความศักดิสิทธิ์ครบครันอย่างที่สุด...”
สิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงสอนเราสวดคือให้เชื่อในความรักของพระเจ้า
แล้วนั้น “ขอให้พระประสงค์สำเร็จทั้งในสวรรค์และบนแผ่นดิน”
แค่ขอให้เชื่อและคล้อยตามพระประสงค์ของพระเจ้าเกี่ยวกับตัวเรา
เพราะทรงประสงค์ให้เราได้รับแต่สิ่งที่ดีที่สุด...แม้จะไม่เหมือนที่เราคิด •