เป็นใครก็อดกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
เมื่อเหลือบขึ้นไปบนต้นไม้ข้างทางเห็นเขานั่งเกาะกิ่งไม้อยู่
เขาคนนี้ไม่ใช่เด็กน้อยที่ชอบการปีนป่ายไล่ล่าความตื่นเต้น
ทว่าเป็นถึงขนาดหัวหน้าคนเก็บภาษีชื่อดังของเมือง
ถึงแม้ว่าชื่อเสียงจะออกไปทางลบเป็นที่รังเกียจของคนทั้งเมือง
แต่เขาดูจะไม่สนใจเพราะมีพร้อมทุกอย่างเหลือกินเหลือใช้
เพราะนอกจากอาชีพเก็บภาษีชาวบ้านส่งให้รัฐบาลโรม
มีเงินเดือนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำชีวิตมีความมั่นคงแล้ว
ช่องว่างของกฎหมายและช่องทางของบทบาทหน้าที่
ยังเอื้อประโยชน์ให้ได้เล็กได้น้อยรวมแล้วมากกว่าเงินเดือนเสียอีก
ชาวบ้านชาวเมืองจึงไม่อยากข้องแวะยุ่งเกี่ยวเพราะรังเกียจ
ไหนจะทำตัวเป็นขี้ข้าชาติศัตรูรีดไถคนชาติเดียวกันส่งส่วยให้
ไหนจะทำหน้าที่ไม่โปร่งใสหาเศษหาเลยโกงได้ทุกเรื่อง
คนชนิดนี้ไม่เพียงทรยศชาติบ้านเมืองยังเป็นคนบาปหนาน่ารังเกียจด้วย
ไปไหนคนก็พากันหลบหน้าแอบสาปแช่งด่าเช็ดไม่คิดยั้งใจ
แล้ววันนั้นเขาแอบได้ยินชาวบ้านชาวเมืองพูดถึงพระอาจารย์ชื่อดัง
จริง ๆ แล้วเขาเคยได้ยินชื่อเสียงพระอาจารย์มาบ้างแล้ว
แต่ก็ไม่ได้คิดใส่ใจเพราะสิ่งที่เขาทำสิ่งที่เขาเป็นอยู่นอกข่ายศิษย์-อาจารย์
ถึงอย่างไรเขาคงไม่ต้องการอาจารย์ก็มีชีวิตเปี่ยมสุขแบบนี้ได้แล้ว
กระนั้นก็ดีไหนๆพระอาจารย์จะผ่านเมืองอยู่แล้ว
น่าจะถือโอกาสเห็นหน้าค่าตาของพระอาจารย์สักครั้งเผื่อคุยกับใครได้
แล้วก็เป็นอย่างที่เขาคิดพระอาจารย์ถูกรายล้อมด้วยผู้คนแทบไม่เห็นหัว
ครั้นจะพยายามเขย่งขามองสักแวบก็หมดสิทธิ์เพราะสังขารเตี้ย
ถึงอย่างนั้นก็เถอะเขาถือเป็นท้าทายยิ่งยากยิ่งต้องทำให้ได้
ประสบการณ์จากอาชีพการงานและชีวิตสังคมบ่มเขามาอย่างนั้น
เขารีบวิ่งไปข้างหน้ามองหาหาต้นไม้ปีนขึ้นไปตั้งหลัก
เลือกความสูงพอให้พ้นหัวผู้คนและเห็นบุคคลเป้าหมายได้เต็มตา
และก็ไม่ผิดหวังเมื่อเขาเห็นขบวนผู้คนเดินมาแต่ไกลมุ่งมาทางที่เขาปักหลักอยู่
นอกจากจะเห็นหน้าพระอาจารย์ชัดเจนใกล้เข้ามาเรื่อยๆแล้ว
สายตาพระอาจารย์ยังเหลือบขึ้นมองมาทางเขาครั้งสองครั้ง
แล้วจู่ๆมือไม้แข้งขาที่ยันยึดต้นไม้ไว้มั่งคงเกิดอาการชาขี้นมาทันทีทันใด
เมื่อพระอาจารย์หยุดเดินตรงต้นไม้ที่เขาเกาะกิ่งอยู่พร้อมกับมองจ้องเขาอย่างจัง
ผู้คนที่เดินมาด้วยแทบหยุดไม่ทันก่อนจะแหงนมองตามพระอาจารย์ขึ้นมา
ดวงตาหนึ่งคู่แฝงรอยยิ้มบวกขบขันกับดวงตานับไม่ถ้วนบ่งบอกความรังเกียจ
แต่ก็เป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆก่อนที่เสียงพระอาจารย์ดังทำลายความเงียบขณะนั้น
“ศักเคียส ขอไปกินข้าวที่บ้านคนสิ...”
กว่าจะตั้งหลักระงับความตื่นเต้นไว้ได้เขาก็ไต่ต้นไม้ลงมายืนขอบถนนแล้ว
พร้อมๆกับเสียงพึมพำระงมแสดงความไม่พอใจเหมือนนัดกันไว้
“ทำไมพระอาจารย์จึงชอบลดตัวลงมาสูงสิงกับคนไม่ดีคนบาป...”
แทบไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่าศักเคียสกำลังเดินนำหน้าพระอาจารย์ไปบ้าน
ท่าทียังไม่สิ้นลังเลหายสงสัยกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับเขารวดเร็วปานนั้น
เมื่อกี้นี้ทุกสายตาจ้องมาทางเขาเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อเขาเดี๋ยวนั้น
แต่ตอนนี้ทุกสายตาจ้องมองมาทางเขาทางพระอาจารย์ด้วยท่าทีแย่กว่า
ทั้งผิดหวังทั้งโกรธเคืองทั้งรังเกียจทั้งดูถูกดูแคลนทั้งอิจฉา...

“พระอาจารย์ครับ...ผมจะยกทรัพย์สมบัติที่มีครึ่งหนึ่งให้คนจน...”
หลังจากได้พูดคุยทานข้าวกับพระอาจารย์เขาเปลี่ยนไปสุดๆ
ก่อนนี้คิดแต่จะ “ได้” จากคนรวยคนจนไม่มีคำว่า “ให้” ในพจนานุกรม
เดี๋ยวนี้แค่คิดจะให้ที่เหลือกินเหลือใช้ก็ถือว่าดีถมแล้ว
แต่นี่ขนาดหารครึ่งทุกอย่างที่มีกับคนขัดสนถือว่ายิ่งกว่าปาฏิหาริย์
“ส่วนที่เคยฉ้อโกงใครมา ผมจะคืนให้สี่เท่า...”
พระอาจารย์เปลี่ยนเขาจากหน้ามือเป็นหลังมือด้วยการคืนศักดิ์ศรีให้เขาเต็มๆ
ในขณะที่คนอื่นมีแต่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีเปลี่ยนเขาจากหน้ามือเป็นหลังตีน
“พระเจ้าไม่ทรงเห็นอย่างที่มนุษย์เห็น
มนุษย์มองแค่เปลือกนอกแต่พระเจ้าทรงมองเข้าไปในดวงใจ”
(1ซมอ 16:76)
หากเราท่านทำอย่างพระเจ้าบ้าง...ปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นได้ทุกเวลา...เหมือนกัน •