ล้วปีใหม่ก็ย่างกรายเข้ามาพร้อมเสียงอึกทึกครึกโครมไชโยโห่ร้อง
เสียงอวยชัยให้พรดังขรมไปทุกแห่งที่คนชุมนุมรับวันแรกแห่งปี
บ้างฝ่าลมร้อนลมหนาวรวมตัวร้องรำทำเพลงกินดื่มรอนับถอยหลัง
ตามร้านอาหารตามบาร์ตามคลับตามห้างร้านตามถนนหนทาง
เหมือนจะเอาใจช่วยปีเสือที่กำลังจบปีกระต่ายที่กำลังเริ่ม
บ้างอยู่ในบ้านประสาพ่อแม่ลูกหลานญาติมิตรสนิทรอวันแรกปีด้วยกัน
พร้อมกับติดตามการนับถอยหลังจากจุดต่าง ๆ ทางรายการโทรทัศน์
ใครง่วงใครหลับไปก่อนก็ฝากคนอื่นช่วยปลุกให้ทันช่วงเวลาสำคัญ
บ้างก็มารวมกันอยู่ที่วัดตั้งใจไหว้พระขอพรสวดมนตร์ข้ามปี
มั่นใจว่าจะเริ่มปีใหม่แค่พลังมนุษย์ยังไม่พอต้องมีพลังเบื้องบนเสริม
พอได้เวลาทุกกลุ่มทุกฝ่ายร่วมใจนับถอยหลังปีเก่าเฮรับปีใหม่เสียงดังสนั่น
ระคนเสียงพลุแตกสว่างแวววาวหลากหลายสีสันบนท้องฟ้า
พร้อมกับเสียงพิธีกรอวยชัยให้พรให้ปีใหม่สว่างไสวดังพลุละลานตา
คงไม่มีใครฉุกคิดจริงจังกับคำอวยชัยให้พรของพิธีกรตอนนั้น
ฟังเผิน ๆ ก็ดูดีดูเข้าท่าดูเลิศหากไม่คิดอะไรมาก
แต่หากคิดตามความหมายแห่งคำก็ไม่ต่างกับการแช่งอย่างไรอย่างนั้น
เพราะแสงสว่างสุกใสสวยสดของพลุแต้มท้องฟ้าให้สีสันสดสวย
แต่ก็เป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ แล้วทุกอย่างก็มืดสนิทอึมครึมดังเดิม
เริ่มต้นปีใหม่กันทั้งทีน่าจะหาพรดีกว่านี้ถาวรกว่านี้มอบให้กัน...

กระนั้นก็ดีพรที่ให้กันใช่ว่าจะสมหวังเป็นจริงตามความหมายแห่งคำ
เพราะพรจะเป็นจริงหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับคนรับพรเป็นหลัก
อันที่จริงแล้วพรไม่ขึ้นอยู่กับ “การให้การรับ”
หากแต่ขึ้นอยู่กับ “การทำการสร้าง”
ถึงจะอวยพรกันตั้งแต่ต้นปีถึงท้ายปีก็คงไร้ผล
หากคนรับพรไม่ลงมือสร้างลงมือทำให้แต่วันแต่ละเวลาเป็นพร
เป็นพรสำหรับตนเองก่อนอื่นหมดแล้วนั้นเป็นพรสำหรับคนอื่น
อวยพรให้ทำมาค้าขายดีมีกำไรรวยวันรวยคืนก็คงไร้ผล
หากคนรับพรไม่ยอมออกแรงทำมาหากินขยันขันแข็งหนักเอาเบาสู้
อวยพรให้สามีภรรยารักกันอยู่กันยืดยาวก็คงเป็นแค่คำพูดลอยๆ
หากสามีภรรยาไม่รักเดียวใจเดียวไม่ให้อภัยไม่รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา
อวยพรให้นักเรียนเล่าเรียนดีมีความสำเร็จหน้าที่การงานสูงก็เท่านั้น
หากนักเรียนไม่ขยันหมั่นเพียรรักอ่านรักเรียนเคารพเชื่อฟังครูบาอาจารย์
อวยพรให้มีสุขภาพดีแข็งแรงสมบูรณ์ไม่เจ็บไม่ไข้ก็คงเป็นแค่พร
หากเจ้าตัวไม่ดูแลตัวเองกินดื่มไม่บันยะบันยังแถมไม่ออกกำลังกาย...

สำหรับหลายคนปีเก่าผ่านไปปีใหม่ผ่านมาก็แค่นั้น
ทุกปีการเฉลิมฉลองปีใหม่อยู่แค่วันที่สามสิบเอ็ดธันวาคมกับหนึ่งมกราคม
ความแตกต่างระหว่างปีเก่ากับปีใหม่คงมีให้เห็นไม่มาก
อย่างมากก็แค่นับปีเพิ่มอีกหนึ่งเขียนพ.ศ.เพิ่มอีกหนึ่งเลข
เงินในบัญชีร่อยหรอไปกับการเดินทางการกินการเที่ยวลงจำนวนหนึ่ง
แล้วทุกอย่างก็กลับเป็นปกติทุกวันทุกอาทิตย์ทุกเดือน
วัน ๆ ทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดเพื่อความก้าวหน้าความมั่นคง
พร้อมทำใจอะไรก็อาจจะเกิดได้ทุกเวลากับธรรมชาติกับการบ้านการเมือง
ก็เลยเอาแต่หมกมุ่นกับช่วงเวลาปัจจุบันไปวัน ๆ
ไม่เคยมองว่าปีใหม่เป็นโอกาสใหม่เพื่อความมุ่งมั่นเพื่อการท้าทายใหม่
ที่ทำให้ชีวิตในแต่ละวันมีความหมายมีเป้าหมายมีความชัดเจน
แต่ละวันใหม่คือการต่อเนื่องปีใหม่เพื่อชีวิตใหม่
ขึ้นอยู่กับการนับวันเวลาให้เป็นเก่าหรือเป็นใหม่
หากจะเอาแต่นับวันเวลาที่ผ่านไปก็ถือว่ายังไม่ได้เริ่มต้นปีใหม่
แม้เพิ่งจะเริ่มต้นวันแรกของปีใหม่ก็นับปีเก่าไปแล้ววันหนึ่ง
หากเน้นนับแต่ละวันเวลาที่กำลังจะมาถึงก็ถือว่าเป็นปีใหม่ทุกวัน
ยังไม่ทันจะพ้นวันใหม่ไปก็มีวันใหม่เริ่มต้นอีกหนึ่งแล้ว
ดูเผิน ๆ การนับสองแบบนี้จะไม่ต่างกันเพราะจำนวนวันเดือนเท่ากัน
แต่ท่าทีการดำเนินชีวิตแต่ละวันแตกต่างกัน...โดยสิ้นเชิง