home   [ กลับไป บทที่ 10 ] [ กลับหน้ารวม ]

 

11

ในนามของเบเอลเซบูล

        ประวัติของพระเยซูเจ้าสานทอขึ้นมาด้วยอัศจรรย์ที่พระองค์ทรงกระทำ ซึ่งอธิบายได้อย่างเดียวว่าเป็นการกระทำของพระเจ้า

        แต่ผู้เป็นอริของพระเยซูเจ้าไม่คิดเช่นนั้น พวกเขากล่าวหาว่าพระองค์ทรงถูกผีสิงและทำอัศจรรย์ทุกอย่างได้ด้วยนามของเบเอลเซบูลผู้เป็นหัวหน้าปีศาจ

        เบเอลเซบูลเป็นพระเท็จเทียมของชาวฟิลิสติน ชาวยิวดูถูกพระเยซูเจ้าด้วยการพูดว่าพระองค์เป็นพวกเดียวกับปีศาจ

        แต่ปีศาจมีจริงหรือไม่?

        พระเยซูเจ้าทรงกระชากหน้ากากปีศาจ พวกมันต่อต้านพระองค์ด้วยพลังอำนาจ บ่อยครั้ง พวกมันเผยเป้าหมายของการมาของพระองค์ในท่ามกลางมนุษย์และกิจการแห่งไถ่กู้มนุษย์ให้เป็นอิสระจากปีศาจซึ่งเป็นหัวหน้าแห่งจิตชั่วและมีชื่อว่า “ซาตาน” กล่าวคือ “ผู้กล่าวหา” “ฝ่ายต่อต้าน” ศัตรูที่โเหี้ยมหดและไม่ยอมพ่ายแพ้ของพระเจ้าและของมนุษย์ ของสิ่งสร้างทุกอย่าง ซึ่งปีศาจอยากจะได้มาเป็นของตน แย่งชิงจากพระเจ้า  ปีศาจจึงมีความหมายว่า “ผู้ที่แบ่งแยก”

        เมื่อทำการค้นคว้าให้ลึกซึ้งเกี่ยวกับธรรมชาติแห่งความชั่ว เกี่ยวกับสถานการณ์ที่ปลดปล่อยปีศาจออกมา เราจะพบว่าในจักรวารมีอำนาจมืดอยู่ทั่วไป  ซึ่งสามารถชักนำมนุษย์ให้ทำสิ่งเลวร้ายและบ่อนทำลาย ที่เหตุผลมนุษย์คิดไม่ถึงและอธิบายไม่ได้

        มนุษย์ที่เป็นเหยื่อของปีศาจสามารถกลายเป็นสัตว์ร้าย มีแต่พระเจ้าผู้เดียวสามารถช่วยปลดปล่อยได้ “โปรดปลดปล่อยเราจากความชั่วร้าย” นี่คือคำภาวนาที่พระเยซูเจ้าทรงสอนเราสวด พระองค์พิสูจน์ว่าทรงเป็นพระบุตรพระเจ้าด้วยการขับไล่ซาตาน

        คนสมัยของพระเยซูเจ้า เมื่อได้ยินคำยืนยันของพระองค์เกี่ยวกับที่มาของพระองค์และพระบุคลิกของพระองค์ ต่างก็รบเร้าให้พระองค์แสดงเครื่องหมายหรือทำอัศจรรย์เพื่อเป็นการพิสูจน์  เหมือนกับบอกว่า “จงพิสูจน์ตนเอง”

        พระเยซูเจ้าไม่ลังเลที่จะพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นด้วยการทำอัศจรรย์มากมาย เป็นการแสดงให้เห็นว่าพระเจ้าทรงรับรองในตัวพระเยซูเจ้าและสิ่งที่พระองค์ทรงเทศน์สอน

        อัศจรรย์ที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำนั้นมีมากมาย ซึ่งมีการเล่าขานต่อมาด้วยความสัตย์ซื่อโดยผู้นิพนธ์พระวรสารและประจักษ์พยานที่อยู่ในเหตุการณ์   กระทั่งใครที่รับรู้อัศจรรย์เหล่านี้ ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “นี่คือพระหัตถ์ของพระเจ้า”



-TOP-