home   [ กลับไป บทที่ 13 ] [ กลับหน้ารวม ]

 

14

เราคือปังทรงชีวิต

       แรกมองเราจะเห็นว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นคนหนึ่งในท่ามกลางประชาชน เหมือนชาวนา เหมือนชาวประมง เหมือนช่างไม้ เหมือนชายชุมพาบาล ฯลฯ แต่ในความเป็นจริงแล้วพระองค์ไม่เหมือนใคร  เพราะพระองค์ทรงมีความละเอียดอ่อนมากกว่าทุกคน พระองค์ทรงเห็นประชาชน แต่ทรงเข้าถึงใจแต่ละคน ไม่ใช่แค่ใบหน้า พระองค์ทรงเห็นว่าแต่ละคนเหมือนแกะที่ถูกทอดทิ้ง ไม่มีฝูง ไม่มีนายชุมพาบาลดูแล และทรงรู้สึกสงสารพวกเขา ทรงเข้าใจว่าพวกเขาไม่สามารถมีปฏิกิริยาต่อความแปลกแยกของชีวิต ทรงเห็นความวุ่นวายใจและความวิตกกังวนในพวกเขา หลายคนหิวโหยทั้งปังและศักดิ์ศรี พวกเขาถูกกดขี่จากความไม่รู้และความทุกข์ยาก เหน็ดเหนื่อยกับการดำเนินชีวิตในโลก ไร้ซึ่งความหวัง รอความเมตตา

       พระเยซูเจ้าทรงสงสารทุกคน ทรงร่วมความยากลำบากและเสนอทางออกจากความแห้งแล้งด้วยการเสนอปังที่บันดาลชีวิตให้ทุกคน

       พระองค์ทรงทำอัศจรรย์ยิ่งใหญ่เพื่อพวกเขา แล้วนั้นทรงอธิบายความหมายลึกซึ้งของสิ่งที่พระองค์จะทรงมอบให้แก่พวกเขาเมื่อตรัสว่า “เราคือปังที่บันดาลชีวิต”  พระบิดาทรงให้ปังนี้แก่พวกเขาซึ่งจะให้ชีวิตนิรันดรที่เต็มด้วยความสุข ตามที่จิตใจของพวกเขาแสวงหามาโดยตลอด

      แต่ต้องเข้าใจว่าพระเยซูเจ้าทรงพูดถึงชีวิตแบบไหน ไม่ใช่ชีวิตในแง่ร่างกายและสรีระ หรือชีวิตพืชที่เลี้ยงดูด้วยน้ำและแสงแดด ไม่ใช่ชีวิตแบบสัตว์ที่ดำเนินไปตามความรู้สึกและสัญชาตญาณ แต่เป็นชีวิตมนุษย์ที่มีเหตุผล มีน้ำใจ มีความรักและมีอิสรภาพ คุณภาพเหล่านี้มีอยู่ในมนุษย์แต่ละคน

      พระเยซูเจ้าทรงประสงค์เติมเต็มชีวิตมนุษย์ด้วยการเชื่อมโยงชีวิตมนุษย์กับชีวิตพระองค์เอง ชีวิตพระเจ้า ชีวิตอมตะ ทรงยกชีวิตมนุษย์ให้สูงส่งด้วยพระหรรษทานของพระองค์ 

      แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจ พระวาจาของพระองค์ทำให้หลายคนสงสัยและต่อต้าน ต่างพากันบ่นว่า “พระองค์ตรัสได้อย่างไรว่าทรงเป็นปังจากสวรรค์? พระองค์จะให้เนื้อของพระองค์เป็นอาหารแก่เรากินได้อย่างไร? คำพูดนี้ช่างกระด้าง ใครจะเข้าใจได้?”

      หลังจากที่ฟังสิ่งที่พระเยซูเจ้าตรัส ศิษย์หลายคนละทิ้งพระองค์ไป แต่ไม่ใช่ทุกคน ใครที่ยังอยู่กับพระองค์ต่อไป?

 

 


-TOP-