home   [ กลับไป บทที่ 14 ] [ กลับหน้ารวม ]

 

15

การปลดปล่อยคนให้อิสระ
คือผลงานของพระเจ้า



        ในโอกาสฉลองของชาวยิว พระเยซูเจ้าทรงกลับไปในแค้นยูเดีย ซึ่งเป็นพื้นภาคเต็มด้วยภูเขาของปาเลสไตน์ ผู้คนที่อาศัยอยู่คือชนเผ่ายูเดีย อย่างเช่นกษัตริย์ดาวิดและพระเยซูเจ้า ภูมิประเทศแห้งแล้ง ปกคลุมด้วยต้นหนาม จึงมีการเรียกว่า “ที่เปลี่ยวแห่งยูเดีย”

       นอกจากจะมีกษัตริย์ปกครองตนเองแล้ว ชาวเมืองยังต้องขึ้นกับจักรวรรดิโรมัน โดยมีผู้ว่าราชการทำหน้าที่ปกครองแทน ในสมัยของพระเยซูเจ้าผู้ทำหน้าที่ปกครองคือปอนซีโอ ปีลาโต

       สิ่งสำคัญกว่าหมดสำหรับชาวยูเดียคือศาสนา ซึ่งเป็นดังวิญญาณแห่งหมู่คณะชาวยูเดีย ซึ่งตั้งรากฐานอยู่บนกฎหมายของโมเสส ที่ครอบคลุมชีวิตความเป็นอยู่  ชีวิตศีลธรรม วัฒนธรรมและเศรษฐกิจของชาวบ้าน

       เมืองหลวงของแคว้นยูเดียคือเยรูซาเล็ม สถานที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำอัศจรรย์ครั้งใหม่ใกล้ประตูแกะ ที่นั่นมีสระน้ำที่มีน้ำอยู่ตลอดเวลา เป็นน้ำที่ให้การรักษาโรค แต่ไม่ใช่ทุกโรค

        คนที่ป่วยทางใจมีอาการหนักกว่าคนพิการทางกาย เพราะรู้ว่าไม่สามารถรักษาให้หายได้ รู้สึกโดดเดี่ยวและสิ้นหวัง ความปรารถนาจะหลุดพ้นจากโซ่ตรวนที่ยึดติดกับโชคชะตาดูริบหรี่ กระทั่งเขาได้ยินเสียงของพระเยซูเจ้า เป็นเสียงที่บันดาลชีวิต เป็นเสียงยืนยันว่าพระองค์ทรงเป็นพระบุตรพระเจ้า

       คนที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าพระเยซูเจ้าทรงกล่าวผรุสวาท พระองค์ทรงอธิบายว่า สิ่งที่พระองค์ทรงกระทำเป็นกิจการของพระเจ้า พระบิดาของพระองค์

       พระองค์ทรงเป็นหนึ่งเดียวกับพระบิดา ดังนั้น พระองค์จึงทรงบันดาลชีวิต ตัดสิน ปลดปล่อย และทำให้คนตายกลับคืนชีพ  หลังจากนั้น พระองค์ทรงอ้างถึงประจักษ์พยานที่ยืนยันว่าพระองค์ทรงเป็นผู้น่าเชื่อถือ อาทิ ยอห์นผู้ทำพิธีล้าง อัศจรรย์ที่พระองค์ทรงทำ พระเจ้าพระบิดา และโมเสส ซึ่งล้วนเป็นบุคคลที่ทำให้ประชาชนมีความหวัง

       ไม่มีใครที่หูหนวกเท่าคนที่ไม่อยากได้ยิน  แต่ก็เป็นความจริงที่ว่า การยอมรับหรือการปฏิเสธพระเยซูเจ้าคือการเลือกที่สำคัญยิ่งของมนุษย์ •

 

 

 


-TOP-