home   [ กลับไป บทที่ 29] [ กลับหน้ารวม ]


30
ทรงถูกตรึงพร้อมกับอีกสองคน



        ปิลาตส่งพระเยซูเจ้าให้ทหารเพื่อนำไปประหารชีวิต
        เนื่องจากไม่ได้เป็นพลเมืองโรมัน พระเยซูเจ้าไม่สามารถอุทธรณ์หรือขอให้ส่งคดีไปยัง
จักรพรรดิโรมันได้ นอกนั้นก็ไม่มีโอกาสพักรอความตายอยู่ในคุกได้อีกวันหนึ่งได้ แต่ทรงถูกพาตัวไปยังหลักประหารทันที เพราะฉลองปัสกาใกล้เข้ามาและพระองค์ในฐานะแกะถูกฆ่าเพื่อชดเชยบาปของมนุษย์ควรถูกบูชาอย่างสง่าในวันสมโภช

       บรรดาสมณะเรียกร้องให้ลงโทษพระองค์ด้วยการประหารชีวิตโดยทหารโรมัน ไม่ใช่ด้วยการทุ่มหินแบบชาวยิว แต่ด้วยการตรึงกางเขนแบบชาวโรมัน

       การตรึงกางเขนเป็นการลงโทษที่ใช้ในระหว่างชาวโรมัน เป็นการลงโทษที่โหดร้าย น่ากลัวและน่าอับอาย ซึ่งมักจะใช้เพื่อลงโทษทาสหรืออาชญากรอันตรายและสิ้นหวังจะเยียวยาได้

       นักโทษประหารต้องแบกไม้กางเขนท่อนขวางที่หนักและยังสดอยู่ เพราะไม้ท่อนตั้งมีการปักไว้ในที่ประหารอยู่แล้ว บนเนินเขาที่อยู่นอกกำแพงกรุงเยรูซาเล็มซึ่งมีชื่อว่าโกลกาทาหรือกัลวารีโอ

       เส้นทางที่พระเยซูเจ้าและนักโทษเดินสู่แดนประหารเริ่มจากป้อมอันโตนิโอ ซึ่งเป็นที่ตั้งศาล แล้วผ่านไปตามถนนที่อยู่ของชาวเมือง

       ขณะเดินมาตามเส้นทาง มีชาวนาคนหนึ่งช่วยพระเยซูเจ้าแบกกางเขนต่อ มีสตรีชาวเยรูซาเล็มที่ร่ำไห้และพูดบรรเทาใจพระองค์ พร้อมกับติดตามพระองค์ไปถึงที่ประหาร

       เมื่อถึงที่ประหาร มีการนำน้ำองุ่นผสมมดยอบให้พระองค์ทรงดื่มเพื่อลดความเจ็บปวดให้น้อยลง แต่พระเยซูเจ้าทรงปฏิเสธ พระองค์ทรงถูกเปลื้องพระภูษาและทรงถูกจับนอนบนพื้น พร้อมยืดแขนออกเพื่อตอกตาปู  แล้วไม้ท่อนขวางถูกยกขึ้นและตอกยึดติดกับไม้ท่อนตั้ง จากนั้นก็มีการตอกตาปูยึดพระบาท

       ด้านบนไม้กางเขน เหนือพระเศียร มีการแขนป้ายระบุโทษประหาร “เยซูนาซาแรธ กษัตริย์ของชาวยิว” บรรดาสมณะพากันประท้วงป้ายดังกล่าว แต่ปิลาตไม่สนใจ

       พร้อมกับพระเยซูเจ้า ทหารตรึงกางเขนนักโทษอีกสองคน

       ความเจ็บปวดของพระเยซูเจ้าทวีขึ้นจากแผลที่ถูกตาปูตอกทั้งห้า ตามด้วยการสบประมาท หัวเราะเยาะ ความเกลียดชังและคำพูดถากถาง 

       พระเยซูเจ้าทรงตกเป็นเหยื่อไร้มลทิน พระองค์ไม่ทรงตอบโต้อย่างไร

       พระองค์ไม่ตอบโต้การดูหมิ่นสบประมาท แต่ทรงรับบาปของมนุษย์ไว้ในพระองค์ เพื่อความรักต่อเราและความรอดของเรา 

       มีการบันทึกพระวาจาเจ็ดประโยคของพระเยซูเจ้าบนไม้กางเขน
      “ข้าแต่พระบิดา โปรดทรงอภัยโทษพวกเขา...วันนี้ท่านจะอยู่กับเราในสวรรค์...ข้าแต่พระเจ้า ทำไมพระองค์จึงทรงทอดทิ้งลูก...นี่คือลูกของแม่...เรากระหาย...ทุกอย่างจบครบบริบูรณ์...ลูกขอมอบจิตวิญญาณลูกไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์...”
       แล้วทรงก้มพระเศียร สิ้นพระชนม์

       เมื่อเห็นว่าพระเยซูเจ้าสิ้นพระชนม์แล้ว จึงแทงหัวใจพระองค์ด้วยหอก มีพระโลหิตและน้ำไหลย้อนออกมา  น้ำและเลือดเป็นสัญลักษณ์แห่ง “ชีวิตแห่งความรัก” และ “พระจิตเจ้า” ที่หลั่งเพื่อความรอดของโลก

       นายทหารที่อยู่ที่นั่นเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างแล้วอุทาน “คนนี้เป็นผู้ชอบธรรม เป็นบุตรพระเจ้า”

       ทุกอย่างจบลงด้วยการนำพระศพพระเยซูเจ้าลงจากกางเขนและนำไปฝังไว้ในคูหาใหม่

       บรรดาสมณะและฟาริสี ต่างจำได้ดีว่าพระเยซูเจ้าตรัสล่วงหน้าว่าพระองค์จะกลับเป็นขึ้นมา จึงประทับตราไว้บนแผ่นหินปิดคูหาและจัดทหารให้เฝ้ายามตลอดเวลา •

 

 


-TOP-