คนชอบหมัดมวยต้องผิดหวังไปตามๆ กัน
          อุตสาห์เฝ้ารอคอย อุตส่าห์เฝ้าดูอย่างใจจดใจจ่อ
          แต่แล้วนักมวยชื่อดังเปลี่ยนฝีมือหมัดมวยไปเป็นฝีปากฝีฟันไปอย่างไม่คิดไม่ฝัน
           ยกสามออกจากมุมไม่ใส่ฟันยาง
          แล้วขณะกำลังเข้าแลกหมัดกันอย่างเผ็ดมัน ฝ่ายหนึ่งต้องร้องลั่นขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด อีกฝ่ายผละออกมาพร้อมกับเศษหูติดปาก ก่อนที่ถุยทิ้งลงพื้นสังเวียนอย่างสะใจ
           การป้องกันแชมป์มีอันต้องสิ้นสุดลงด้วยความสยองขวัญของผู้ดูขอบสนามและผู้ดูทางจอโทรทัศน์จำนวนนับล้าน
          ดูมวยแต่ละครั้งความรู้สึกของคนดูมีสมหวัง - ผิดหวัง สะใจ - ไม่สะใจ ประทับใจ - เฉยๆ ... แต่ครั้งนี้ความรู้สึกคงมีแค่อย่างเดียวเหมือนกันคือ คิดไม่ถึงจริงๆ
          
หนังสือพิมพ์มติชนวันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม 2540 มีบทความวิเคราะห็พฤติกรรมของ ไมค์ ไทสัน นักมวยชื่อดัง ผู้สร้างเหตุการณ์มัวหมองให้วงการหมัดมวย
          ท้าวความเป็นมาเป็นไปตั้งแต่เมื่อเขายังเป็นเด็กเพื่ออ่านพฤติกรรมของเขาครั้งนี้
          มือกำยำพร้อมกับร่างบึกบึนเป็นดังใบเบิกทางให้เขาไต่เต้าเอาดีทางด้านหมัดมวยตั้งแต่วัยเรื่อยมา
          และแล้วแค่วัย 20 ก็สามารถพิชิตแชมป์ได้ในเวลาเพียงแค่ 91 วินาที รับเงินค่าตัวไป 20 ล้านเหรียญสหรัฐ
          เฉลี่ยแล้วเขาทำเงินได้ 5.50 ล้านบาทต่อ 1 วินาที !
          ผมมาติดใจกับบทสัมภาษณ์ที่เขาเคยให้ไว้เกี่ยวกับชีวิตของเขาว่า
          “ ตอนผมยังเป็นเด็กๆ เคยฝันว่าอยากจะมีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนคนดังบางคน แต่เมื่อมาถึงตอนนี้ คนดังบางคนที่ผมเคยอยากเป็นก็ไม่ใช่ใคร ก็คือตัวผมนั่นเอง ”
          
ฟังดูแล้ว อาจจะมองว่านั่นเป็นความสำเร็จของคนๆ หนึ่ง ที่สามารถทำให้ความใฝ่ฝันกลับเป็นความจริงกับตนเอง
          หรืออาจจะมองว่า คนหนึ่งสามารถทำให้บุคคลที่ตนเคยยกย่องและลอกเลียนแบบนั้นกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของตนไปในที่สุด
          หรือจะมองว่าคนที่พูดนี้หลงตนเองอย่างไม่น่าเชื่อ
          
โดยส่วนตัวแล้ว ผมค่อนข้างจะเห็นด้วยกับประเด็นหลังเมื่อมองย้อนไปดูพฤติกรรมของเจ้าของประโยคนี้ ที่ผ่านๆ มา

          มีคำกล่าวชวนคิดว่า “ คนเราถูกสร้างมาเพียงครึ่งเดียว ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนั้นต้องหามาจากคนอื่นเพื่อเติมต่อให้ครบ ”
          
เพราะเหตุนี้เอง ในวัยเด็กเราต่างมองหาส่วนดี ส่วนน่าประทับใจ ในคนที่พบเห็น
          และอยากได้มา อยากเป็น อยากทำ อย่างเขาเหล่านั้นบ้าง
          ความอยากเปลี่ยนเป็นความพยายาม ... ลอกเลียน ฝึกฝน เทียบเคียง ...
          จนกระทั่งส่วนดีงามและส่วนน่าประทับใจเหล่านั้นกลับกลายเป็นตัวเราไม่มากก็น้อย ... โดยไม่รู้ตัว
          จริงๆ แล้ว มันไม่ใช่เป็นเรื่องของวัยเด็กเท่านั้น แต่ทั้งชีวิตของคนเราก็ว่าได้ ที่ยังต้องมีการต่อเติม เสริมแต่ง ... อย่างไม่มีวันสิ้นสุด ตามวัย ตามวุฒิภาวะ
          และแม้กระทั่งจะตาย ก็ไม่วายที่คิดอยากจะตายแบบคนนั้นคนนี้บ้าง
          
คนอื่นๆ จึงไม่เป็นแค่กระจกเงาให้เราส่องเพื่อดูว่าเรามีเราขาดอะไรบ้างเท่านั้น
          ทว่าเขาแต่ละคนมีบางสิ่ง บางส่วน บางอย่าง ที่เรายังขาดอยู่ 

          น่าเสียดายสำหรับหลายคนที่คิดว่าตนมีครบหมดทุกอย่างแล้ว
          ไม่แปลกที่ชีวิตของคนประเภทนี้จึงแคระแกรน เพราะหยุดเติบโตมานานแล้ว ... แม้ร่างกายจะสมบูรณ์ สมสัดสมส่วน
          เผลอๆ ก็มีอาการหลงตัวเองเอามากๆ ถึงขั้นแอบยกย่องบูชาตนเองแทนพระเจ้าไปก็มี
           อย่างนี้ไม่เพียงแค่แฟนหมัดมวยจะผิดหวังเท่านั้น
          แต่ทุกคนที่พานพบต้องรู้สึกเหมือนกัน ... คิดไม่ถึง และสยองขวัญ ... ไปตามๆ กัน •

 



-TOP-