“ คนทุกวันนี้ ต้องการความสุขแบบเสก ไม่ใช่แบบสร้าง ” พระพิพิธธรรมสุนทรเขียน
          ผมอ่านดูแล้ว เห็นสัจธรรมหลายอย่าง
          ในยุคแห่งความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี ทุกสิ่งได้มาดุจเนรมิต
          ความรวดเร็วทันใจ คือ กุญแจแห่งการแข่งขันในสังคมบริโภคนิยม
          ตั้งแต่อาหารการกิน ประเภทฟ้าสต์ฟูด ไปถึงเครื่องมือเครื่องใช้
          กล้องถ่ายรูปปัญญาอ่อน อย่างที่หลายคนเรียก ก็เป็นหนึ่งตัวอย่างแห่งการพัฒนานำไปสู่การประหยัดเวลา แต่ผลที่ออกมาไม่แพ้กล้องถ่ายรูปสมัยก่อนที่ต้องใช้ฝีมือและความชำนาญที่สั่งสมในกาลเวลา
          ที่จริง ถ้าจะให้ถูกแล้ว น่าจะเรียกว่ากล้องไฮเทค สำหรับคนปัญญาอ่อนใช้มากกว่า
          เครื่องวิทยุ โทรทัศน์ ที่แข่งอวดสรรพคุณแบบเปิดปุ๊บติดปั๊บ แถมไม่ต้องลุกไปเปลี่ยนช่องสถานีให้รำคาญ ตอกย้ำค่านิยมว่า ของดีต้องรวดเร็วและทันใจ
          แม้แต่ผลิตภัณฑ์ที่เป็นงานฝีมือ ก็เปลี่ยนการผลิตออกมาเป็นชุด ในเวลาอันรวดเร็ว
          ก่อนนี้ ขันเงินแต่ละใบ กว่าจะบรรจงเคาะตบแต่งลวดลายงดงามอย่างมีคุณค่า ต้องใช้เวลาและความพากเพียร
          แต่เดี๋ยวนี้ในเวลาเท่าๆ กัน จำนวนที่ผลิตออกมาต่างกันลิบลับ แม้จะงดงามประณีตน้อยกว่า
          กับข้าวกับปลา ก่อนนี้ต้องตำเครื่องแกง ขูดมะพร้าว เตรียมผักเตรียมปลา แต่เดี๋ยวนี้เป็นชุดๆ บรรจุกล่องโฟมวางขายในซุปเปอร์มาร์เกต ให้ซื้อหากลับไปใส่น้ำตั้งไฟไม่กี่อึดใจ ก็ได้กินสมอยากแล้ว
          ของเล่นเด็ก ก่อนนี้ต้องสร้างต้องทำกันขึ้นมาทีละชิ้นทีละอัน แต่เดี๋ยวนี้มีเงินบันดาลให้ได้มาแทบไม่ต้องออกแรงและความคิด
          เกมส์ที่เล่นก็ต้องใช้ความรวดเร็ว เพื่อพิชิตชัยชนะ แทบไม่ต้องใช้ไหวพริบ
          เหล่านี้ เป็นผลพวงจากการพัฒนา และรูปแบบชีวิตยุคนี้
          หากเป็นแค่เรื่องของรูปแบบชีวิตการบริโภคที่ต้องแข่งกับเวลาก็ยังพอทำเนา
          
แต่นี่กลายเป็นรูปแบบของสิ่งที่เกี่ยวกับคุณค่าลึกๆ ในจิตใจมนุษย์ด้วย นี่สิน่าเป็นห่วง
          
ความสุข ไม่อยากจะใช้เวลาและความพยายามสร้าง แต่อยากจะได้ทันทีทันใด
          
ทุ่มเทซื้อหาความสุข ราวกับว่าความสุขเป็นแค่สินค้าชิ้นหนึ่ง

          กว่าจะรู้ว่าความสุขที่ซื้อหามา เป็นแค่ความสุขผิวเผิน ชั่วครู่ชั่วยาม ก็ต้องเสียทั้งเวลาและเสียความรู้สึกไปมากต่อมาก
          เพราะเที่ยวหาความสุขไปทั่ว แต่ความสุขแท้อยู่ในตัวกลับไม่คิดจะมอง
          แล้วก็ลงเอยเหมือนเด็กเล่นไล่จับเงาตัวเอง กระโดดตะครุบเงา แต่เงาก็เคลื่อนหนีเรื่อยไป
          เลี้ยงลูกก็อยากให้เติบโตพัฒนารวดเร็วทันใจ โดยไม่คำนึงว่า การพัฒนาด้านจิตใจต้องใช้เวลาบ่มฟักให้สุกทีละขั้นตอน
          เลยเที่ยวเร่งร่างกายให้เติบโตด้วยอาหารเสริมสารพัด และเร่งรัดจิตใจให้เป็นผู้ใหญ่ข้ามวันข้ามคืน
          ยังไม่ทันเป็นเด็กเต็มที่ ก็อยากให้เป็นผู้ใหญ่แล้ว
          เลยเกิดพฤติกรรมและการกระทำแบบผู้ใหญ่ ในวัยเด็กที่ฟันน้ำนมยังไม่ทันหมดปาด

การภาวนาก็ไม่ละเว้น อยากให้ได้ทันทีทันใด
          ทำราวพระเจ้าเป็นตู้ เอ ที เอ็ม ใส่บัตร กดรหัส เงินไหลออกมาทันใด
          
ภาวนาบทไหนที่สั้นและเป็นสูตรสำเร็จเพื่อจะได้สิ่งที่ขอ จะนิยมสวดพร้อมช่วยกันแพร่หลายจนดูจะเป็นคาถาอาคม มากกว่าคำภาวนา
          วัดไหนมิสซาจบไว พระสงฆ์เทศน์สั้น จะแห่หันกันไป ถือเป็นการได้กำไรไปในตัวเสร็จสรรพ

          ในเมื่อคนเลือก “การเสก” มากกว่า “การสร้าง” วันหนึ่งๆ ก็มีแต่พูด “ขอให้ ...”
          
ขอให้รวยซักที ... ขอให้มีบ้าน ... ขอให้มีรถยนต์ ... ขอให้ได้แฟน ... ขอให้มีความสุข ... ขอให้ได้กิน ... ขอให้ได้เมา ... ขอให้เรียนจบ ... ขอให้งานทำ ... ขอให้ได้บรรจุ ... ขอให้ถูกรางวัลที่หนึ่ง ฯลฯ
          
แล้วก็ปล่อยให้โชคชะตานำพาไปตามบุญตามกรรม
          ทั้งๆ ที่คนเป็นผู้กำหนดโชคชะตาให้ตนเองด้วย “ การสร้าง ” แท้ๆ •

 



-TOP-