มันเป็นข่าวเศร้า และสะเทือนไปแทบทุกวงการ
            ...นักเรียนติดยาม้า ทั้งชายและหญิง
            ในหลายๆ สาเหตุที่วิเคราะห์กันมา ก็มีสาเหตุนี้ด้วย ใช้ยาม้าเพื่อเรียนได้นานขึ้น
           
            หลายคน มองเห็นต้นเหตุที่มาของพฤติกรรมอันน่าเป็นห่วงนี้ต่างๆ นานา
            แต่ผมมองลึกเข้าไปในสังคมทุกวันนี้ และคิดว่าสาเหตุมันสั่งสมกันมาเป็นลูกโซ่
สังคมทุกวันนี้ เป็นสังคมแห่งการแข่งขัน
            ตั้งแต่ก่อนเกิดออกมาดูแสงแดดแสงตะวัน   ก็ต้องแข่งขันกับชะตากรรม   แม่จะยอมให้เกิดหรือเข่นฆ่าทำแท้งอย่างไม่มีสิทธิอุทธรณ์
            เกิดออกมาได้ก็ต้องเริ่มเข้าสู่วงการการแข่งขันแทบไม่ทันรู้ตัว หรือสมัครใจ
            แข่งขันกันคลอดในโรงพยาบาลดีๆ มีชื่อเสียง ที่เงินตัวเดียวชี้ขาดใครแพ้ใครชนะ
            แข่งขันกันเติบโต   กับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทต่างๆ     แข่งขันและเฉือดเฉือนกันด้วยกลยุทธแห่งการค้า ตั้งแต่อาหารเสริม สบู่ เสื้อผ้า ไปจนถึงแพมเพริสท์
            แข่งขันกันเข้าเนอสเซอรีมีมาตรฐาน ที่สามารถแทพ่อแทนแม่ได้ แม้กระทั่งในการให้ความรักและความอบอุ่นแก่ลูก เพราะพ่อแม่ต้องไปแข่งขันเพื่อจะได้มาซึ่งปัจจัยเลี้ยงปากเลี้ยงท้องจนแทบไม่มีเวลาจะให้แก่ลูก
            แข่งขันกันเข้าอนุบาลมีระดับ   นอกจากจะต้องมีเงินรองรับก้อนใหญ่กันเหนียวแล้ว   เด็กยังต้องมาคร่ำเครียดกับการใช้สมองน้อยๆ ก่อนเวลา     มานั่งบวกเลขหลักสิบหลักร้อย    ทั้งที่แค่นิ้วมือตัวเองยังนับไม่ถูกทุกครั้งไป
            แข่งขันกันเข้าโรงเรียน  ที่แค่ได้ยินชื่อก็ให้รู้สึกมั่นใจว่าเข้าต่อมหาวิทยาลัยได้แบบนอนมาได้เลย แข่งความสามารถด้านสติปัญญาก็ยังไม่แน่   หากเงินในซองที่เขียนระบุไว้   “เพื่อบำรุงโรงเรียน” ยังหนาไม่พอ ก็ยังมีสิทธิ์วืดได้เหมือนกัน
            แข่งขันกันเข้ามหาวิทยาลัย   ที่ต้องทุ่มให้ทั้งกาย  กำลังใจ  และความสามารถ เพราะคนเข้าแข่งขันเป็นจำนวนแสนๆ แต่คนจะเข้าหลักชัยจำกัดอยู่แค่ไม่กี่หมื่น
            จบเป็นบัณฑิตออกมา    ก็ยังต้องแข่งขันเข้าทำงาน   เพราะบัณฑิตล้นตลาด   และหากจะมีเปรียบเหนือผู้แข่งขันอื่นๆ ก็ต้องแข่งขันกันไปทำปริญญาต่อเมืองนอกเมืองนา
            ทำงานได้แล้ว  ยังต้องแข่งขันต่อ  เพื่อความก้าวหน้า แข่งกันด้านความสามารถยังไม่พอ ยังต้องแข่งขันไหวพริบ อย่างที่เรียกกันว่ากลยุทธธุรกิจ
            วันหนึ่งๆ ต้องแข่งขันกับเวลา  วันเวลาเท่าเดิม แต่ต้องทำได้มากขึ้น จำนวนผลผลิตต้องเพิ่ม
ขึ้น ไม่เช่นนั้นจะไม่ทันคู่แข่ง
            แข่งขันกับธรรมชาติ    เมื่อจังหวะและครรลองของธรรมชาติไม่ได้ดังใจ      ก็มีการเร่งการฝืน เพื่อให้ผลผลิตออกมาได้ทันความต้องการ ไม่ผิดกับการข่มขืนธรรมชาติอย่างไม่คิดเกรงอกเกรงใจ
           ทั้งๆ ที่ได้มาซึ่งปัจจัยพื้นฐานสำหรับการดำเนินชีวิตแล้ว   ยังต้องแข่งขันต่อ...   แข่งขันบารมี ศักดิ์ศรี ฐานะในสังคม
พอกำลังจะเริ่มสบาย   ผ่อนคลายจากการแข่งขันที่ผ่านมา  ก็ต้องมาแข่งขันกับสังขารที่สวนทางกับกาลเวลา  วันเวลามากขึ้นกำลังวังชาก็ลดน้อยถอยลง ปีสะสมมากขึ้นชีวิตก็สั้นลง จนต้องพึ่งอาหารเสริม ยาอายุวัฒนะขนานไหนดีต้องเสาะหามาให้ได้
           สุดท้ายก็เป้นแข่งขันระหว่างชีวิตกับความตาย

          ชีวิตเป็นการแข่งขัน แข่งขันกับคนอื่นยังไม่พอ ยังต้องแข่งขันกับตัวเองด้วย
          เรี่ยวแรงความสามารถมีแค่นี้    แต่อยากจะมีให้มากกว่า จึงต้องใช้อย่างอื่นเข้าไปเสริมไปกระตุ้น...อยากทำงานให้มากกว่าที่ร่างกายจะทนได้   หันไปใช้ยาม้า    ขับรถไปให้ไกลและนานกว่าร่างกายจะทนทานได้ กินยาม้าเข้าไปกระตุ้น  อยากจะดูหนังสือให้นานกว่าที่สมองจะรับได้ ใช้ยาม้าช่วย
          ข่มขืนธรรมชาติยังไม่พอ ยังหันมาข่มขืนสังขารตนเองด้วย
          แข่งขันกับคนอื่น ก็ยังมีตัวเองเป็นเพื่อน แต่แข่งขันกับตนเองแล้วจะมีใครเป็นเพื่อนอีก
          ที่นายแพทย์อุดมศิลป์  ศรีแสงนาม  กล่าวว่าคนไทยมีแนวโน้มของการฆ่าตัวตายสูงขึ้น โดยเฉลี่ย 1 ชั่วโมงจะมีคนพยายามฆ่าตัวตาย 1 คน   แต่ในกรุงทพฯ ทุกๆ 1 ชั่วโมง  จะมีคนพยายามฆ่าตัวตาย 2 คน ฟังแล้วน่าใจหาย แต่ก็ไม่น่าแปลก
          ในเมื่อต้องมีการแข่งขัน แม้กระทั่งกับตนเอง

 



-TOP-