ที่นั่งภายในวัดแน่นขนัดด้วยผู้คน
          ทั้งที่เป็นญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงคนรู้จักคนที่ผ่านมา...
          แค่ขบวนพระสงฆ์และพระสังฆราชแห่ผ่านเข้ามาทางด้านหลังวัด หลายคนก็น้ำตานองแล้ว
          บ้างก็ปล่อยให้น้ำตามไหลลงมาเป็นทาง  บ้างก็ซับด้วยผ้าเช็ดหน้า
          มันเป็นน้ำตาแห่งความปลื้มปีติ สำหรับพระพรแห่งสงฆ์ใหม่ 
          สำหรับประเทศนี้  ที่เมื่อก่อนเคยพบเห็นพิธี บวชพระสงฆ์บ่อย และมาก
        
          การร่วมพิธีบวชแต่ละครั้ง ก็แค่ความยินดี
          ทว่าในปัจจุบัน ที่กระแสเรียกของสงฆ์ลดลงอย่างน่าใจหาย
          การร่วมพิธีบวชแต่ละครั้ง  จึงเป็นทั้งความปลื้มปีติ และความพิศวง...จนต้องสะเทือนใจ
          พิธีมิสซาดำเนินไปด้วยความสง่างาม ตามขั้นตอน สลับเสียงเพลงไพเราะ
          จนกระทั่งถึงการซักถามความสมัครใจของว่าที่สงฆ์
          “ครับผม” คือคำตอบชัดถ้อยชัดคำ กังวานวัด มันเป็นคำตอบที่เด็ดเดี่ยวของผู้ที่รู้ว่ากำลังเลือกอะไรในวัยนี้

          วัยที่หนุ่มอื่น  ทุ่มความรักให้หญิงที่หมายปองเป็นคู่ชีวิต
          วัยที่หนุ่มอื่น มุ่งไต่เต้าในสาขาอาชีพ เพื่อความมั่นคงของอนาคต
          วัยที่หนุ่มอื่น วาดวางแผนชีวิตไว้สวยหรู...
          เขากลับเลือกติดตามเสียงเรียกของพระเจ้า
          เพื่อรัก... ทุกคน ด้วยหัวใจยิ่งใหญ่ของพระเจ้าเอง
          เพื่อสร้างอนาคต... ที่มั่นคง
          เพื่อและพร้อม  กับประชากรของพระเจ้า
          เพื่อร่วมกันวาดวางแผนชีวิต... ให้หนักแน่น นิรันดรพร้อมกับทุกคนผู้มีน้ำใจดี..

          บทเทศน์ของพระสังฆราช ตอกย้ำให้การเลือกของเขาเด่นชัด เด็ดเดี่ยว ตลอดไป
          แทบจะเป็นการพูดคุยระหว่างผู้บวช และผู้รับการบวช...โดยเฉพาะ
          ...จะมีหลายคนมาหาลูก อีกไม่น้อย ทำท่าจะหลบหลีกลูก ทว่าในส่วนลึกของจิตใจแล้ว แต่ละคนล้วนกระหายความดี ความเข้าใจ ความเห็นอก เห็นใจ ความรัก...
          นั่นคือ แต่ละคนต้องการพบพระคริศตเจ้าผู้ทรงมี และเป็นทุกสิ่งเหล่านี้
          จะโดยรู้ตัว หรือไม่รู้ตัว โดยพูด หรือไม่ได้พูดออกมา
          ทว่า มันเป็นคำวิงวอนของคนที่กำลังจะสิ้นหวัง...เราอยากพบพระเยซูเจ้า ขอให้เราได้พบพระองค์...
          จงอย่าทำให้พวกเขาผิดหวัง จงเรียนรู้ที่จะเข้าใจ รับรู้ความรู้สึก เสาะหา ร่วมทุกข์ร่วมสุข ให้อภัย รัก...

          และอย่ากลัว เพราะทุกคนกำลังรอคอยสิ่งเหล่านี้อยู่ เมื่อลูกเทศน์ จงอย่าเน้นเอาแค่การพูดการจามากด้วยสำนวนโวหารชวนฟังชวนติดตาม
          แต่จงเทศน์พระวรสารด้วยความตระหนัก เรียบง่ายชวนให้ปฏิบัติ
          ด้วยท่าทีเป็นมิตร เป็นกันเอง
          ด้วยความสนใจต่อผู้ฟัง และจริงใจ
          ด้วยท่าทีพร้อมจะช่วยเหลือปราศจากผลประโยชน์ที่แอบแฝง...
          ลูกต้องคอยปรับวิธีการประกาศพระวาจาเพื่อให้ถึงใจผู้ฟัง
          ลูกต้องเตรียมเทศน์ โดยให้พระวาจาผ่านชีวิตลูกก่อน
          พูดคุยกับพระวาจา ตัวต่อตัว... ก่อนจะบอกต่อให้คนอื่น
          จงสำนึกเสมอว่า ลูกไปไหน ลูกพบปะกับใคร...ลูกเป็นคนของพระ ลูกนำพระไปด้วย
          จงเป็นมิตรกับทุกคน เพื่อแสงสว่างและพระหรรษทานของพระคริสตเจ้าจะได้เข้าถึงใจทุกคน ผ่านทางมิตรภาพของลูก
          และจำไว้เสมอว่า ลูกไม่ใช่ตัวคนเดียว...

          คำกล่าวของพระสงฆ์ใหม่ตอนท้ายพิธียืนยันคำพูด สุดท้ายนี้ได้ดี
          ถึงจะพูดออกตัวตั้งแต่แรกว่าจะไม่ให้เกินห้านาที
          ทว่า รายชื่อผู้ที่อยู่เบื้องหลังและช่วยให้คุณพ่อมายืน ณ จุดนี้ได้นั้นยืดยาว
          ...พระเจ้า พระมารดามารีอา พ่อแม่ ญาติพี่น้อง พระสงฆ์ ที่ให้การอบรม ครูอาจารย์ เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมชั้น เพื่อนร่วมงาน คนรู้จัก...แต่ละชื่อ แต่ละท่าที แต่ละคำพูดให้กำลังใจ แต่ละความเป็นมิตร
          จนเกือบยี่สิบนาทีแล้ว รายชื่อก็ดูจะยังไม่จบสิ้น
          ทว่าทุกคนในวัดให้ความเข้าใจ ไม่มีทีท่าเบื่อหน่าย
          เพราะตั้งใจร่วมทำสัญญาประชาคมกับสงฆ์ใหม่พวกเขาจะเดินเคียงข้างประคับประคอง ให้กำลังใจ...คุณพ่อตลอดไป •

 



-TOP-