คงต้องลำบากไม่น้อยที่ต้องพยายามดำเนินชีวิต... ให้เป็นปกติ
          ทั้งๆ  ที่ไม่ได้บาดเจ็บ  หรือพิการ
          หรือว่าสิ้นไร้ไม้ตอกไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง
          เงินทองก็พอมีพอใช้ ไม่ถึงขนาดขัดสน
          แถมญาติมิตรก็มีให้คบหา  แทบไม่ซ้ำหน้า
          แต่จนแล้วจนรอด  นายลัล  พิหารี  หนุ่มอินเดียคนนี้ก็มีชีวิตเหมือนชาวบ้านไม่ได้
          เพราะทางการประกาศ  ว่าเขาตายไปแล้วสิบแปดปี
          ชื่อถูกคัดออกจากทะเบียนบ้าน  ทั้งๆ  ที่ยังอาศัยเข้าออกอยู่ทุกวัน
          สิทธิทางกษหมายถูกตัดหมดทุกอย่าง ทั้งๆ ยังเป็นพลเมืองเต็มขั้น
          ถึงวัยที่ต้องมีเพื่อคู่ใจ  ตามการเรียกร้องแห่งธรรมชาติก็ไม่มีหญิงคนไหนขานรับ
          แม้กระทั่งจะเข้าวัดภาวนา  ก็ยังไม่มีใครอยากให้ร่วมเสียง
          จะว่ากันแล้ว  ก็ไม่ต่างกับตายทั้งเป็น...นั่นแหละ

          ถ้าเป็นคนอื่น  ก็คงหมดอาลัยตายอยาก
          ไหนๆ  เขาว่าตายแล้ว  ก็ตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไป
          จะขืนอยู่ให้เป็นทุกข์ไปทำไม  ในเมื่อเป็นก็เหมือนกับตาย
          แต่นายลัลกับไม่คิดสั้นเช่นนั้น
          ตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมาเขาดำเนินชีวิตเพื่อยืนยันว่ายังไม่ตาย
          พิสูจน์ให้เห็นด้วยการทำกิจวัตรประจำวันเป็นปกติ
          งานบ้าน งานสังคม  งานศาสนา...ไม่เคยให้บกพร่อง
          มากกว่านั้น  ยังออกหน้าออกตารณรงค์ต่อต้านระบบราชการที่เฉื่อยแฉะ เช้าชามเย็นชาม  เพราะถึงอย่างไรก็ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียแต่อย่างใดแล้ว

          ไม่พอ  ไหนๆ  ก็ถูกขึ้นบัญชีว่าตายแล้ว
          ก็ถือโอกาสตั้งสมาคมคนตายแห่งอินเดียซะเลย
          จนเริ่มเป็นที่รู้จักทั้งในและนอกประเทศ
          กระทั้งคณะกรรมการ IG NOBEL*  แห่งสหรัฐอเมริกาประกาศให้เป็นผู้ชนะประจำปีนี้
          สาขาคนพิสดารแห่งจักรวาล!
          พร้อมกับเงินรางวัลไปใช้จ่ายได้อย่างสบาย

          เรื่องราวของนายลัลน่าจบลงด้วยความชื่นชม...เหมือนได้เกิดใหม่
          ทว่า เขาเป็นแค่ผู้ชนะ  แต่ไปรับรางวัลไม่ได้
          เพราะกฎหมายสหรัฐฯ ห้ามคนตายเข้าประเทศ...

          กระนั้น  ก็คงต้องชมความพยายามของนายลัล
          ที่ใช้ความพยายามในการดำเนินชีวิตเพื่อพิสูจน์ว่ายังไม่ตาย
          ต่างกับหลายๆ คนในสังคมทุกวันนี้
          ดำเนินชีวิต..เหมือนตายแล้ว
          เมื่อใช้ชีวิตอย่างไร้จุดหมาย
          เพราะนั่นคือวิสัยของคนตายแล้ว...หมดจุดหมายที่จะมุ่งถึง  เมื่อใช้ชีวิตอย่างไร้คุณค่า
          เพราะนั่นคือชีวิตของคนตาย...มีแค่ฝังดินอย่างเดียว
          เมื่อใช้ชีวิตเพียงเพื่อแค่ตนคนเดียว
          เพราะนั่นคือคนตายที่เหลือแต่ตัวเดียวดาย
          เมื่อใช้ชีวิตแค่วันต่อวัน
          เพราะนั่นคือวิถีของคนตายแล้ว....ไม่มีอนาคตให้มุ่งสร้าง
          เมื่อใช้ชีวิตแบบทิ้งขว้าง  ผลาญ  ทำลาย  ด้วยอบายมุข
          เพราะนั่นคือสิ่งที่เหลือจากความตาย..เน่าเปื่อย ผุ สลาย
          เมื่อใช้ชีวิตก่อความเดือดร้อนและความรำคาญให้แก่คนอื่น
          เพราะนั่นคือซากศพมีแต่ส่งกลิ่นเหม็น  ชวนให้คลื่นเหียนอาเจียน
          เมื่อใช้ชีวิตหน้าไหว้หลังหลอก ผักชีโรยหน้า
          เพราะนั่นคือศพเน่าที่อยู่ภายในโลงสวยหรู  หลุมศพใหญ่
          เมื่อใช้ชีวิตปรนเปรอแต่ร่างกาย มองข้ามจิตใจ
          เพราะนั่นคือซากศพที่ไร้วิญญาณ...
          คิดแล้ว  มันดูจะสวนทางกันโดยสิ้นเชิง

          นายลัลพยายามดำเนินชีวิตเพื่อพิสูจน์ว่ายังไม่ตาย
          ในขณะที่หลายคนดำเนินชีวิตแบบตายไปแล้วและพยายามทำท่าเหมือนมีชีวิตอยู่.
        

------------------------------

   * IG Nobel เป็นรางวัลสำหรับคนที่มีอะไรแปลกพิสดาร... ส้อเลีบน Nobel Price

 



-TOP-