ที่จริงแล้วก็น่ามาถึงทางตัน
เมื่อไม่มีข้อเสนอที่ดีกว่าให้เลือก ให้ทำ
เลยต้องลงเอยด้วยการคล้อยตามสิ่งที่วัยรุ่นต้องการ
ในเมื่ออยากจะประลองความเร็ว
เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายไปตามความคึกคะนอง
ทั้งสำหรับตนเองและคนที่สัญจรไปมา
สร้างความปวดหัวให้แก่เจ้าหน้าที่ทุกวี่ทุกวัน
ใช้มาตรการทุกอย่างแล้วก็ยังไร้ผล
จนพากันถอดใจ แกล้งเป็นไม่รับรู้
ผู้บริหารบ้านเมืองจึงต้องหาทางออกให้
ใช้หลักการง่ายๆเข้าว่า
ในเมื่อสู้เขาไม่ได้
ก็เข้าไปอยู่ฝ่ายเขาเสียเลย...
ทำนองนั้น
แล้วจัดทำสนามให้ประลองความเร็ว
พร้อมร้องเชื้อเชิญให้พ่อแม่ไปร่วมเป็นสักขีพยาน
ดูลูกหลานเสี่ยงพิการเสี่ยงตายต่อหน้าต่อตา
ให้เป็นเรื่องเป็นราวกันไปเลย...

นั่นก็คือหนึ่งในการแก้ปัญหาปลายเหตุ
ที่ทำกันให้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่า
โดยไม่ยอมเข้าไปให้ถึงแก่นของปัญหา
แทนที่จะแก้ปัญหา
กลับทำให้ปัญหาบานปลาย
จากหนึ่งปัญหา เป็นสองปัญหา สามปัญหา
กลายพันธุ์ไปจนจำปัญหารากเง่าไม่ได้...

รู้ๆอยู่ว่าวัยเด็กและวัยรุ่นเป็นวัยอยากลอง อยากทำ
พลังที่สั่งสมไว้ตั้งแต่แรกเกิดยังหาทางออกไม่ได้
ไหนจะพลังสมอง ไหนจะพลังกาย ไหนจะพลังเพศ
จึงต้องมองหา คิดค้น ลองผิดลองถูก ตามคิด ตามอย่าง
กระทั่งเป็นความตื่นเต้น เร้าใจ สนุก
แล้วกลายเป็นความชอบ กลายเป็นความต้องการ
แต่ละอย่างที่ทำไปเป็นดังการยืนยันความเป็นตน
เมื่อทำได้ ก็เกิดความมั่นใจ
เมื่อทำสำเร็จ ก็เกิดความภูมิใจ
เมื่อผิดพลาด ล้มเหลว ก็เกิดการท้าทาย
เมื่อถูกห้ามปราม ก็เกิดการลองดี
เมื่อโดนลงโทษ ก็เกิดการแข็งข้อ...

ผู้ใหญ่คงต้องหันมาถามตนเอง
ทำอะไรผิดพลาดบ้างหรือเปล่า
เด็กและเยาวชนจึงได้เป็นกันอย่างนี้?
เอาแต่ห้าม เอาแต่สั่ง เอาแต่ชี้นิ้ว
ห้ามทำอย่างนี้นะ  สั่งแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมยังทำอีก
แต่ไม่เคยคิดจะเสนอตัวเลือกให้เด็กและเยาวชน
ตัวเลือกที่ดี ที่สร้างสรรค์ ที่น่าดึงดูด
พร้อมกับทำให้เห็นเป็นรูปธรรม ชวนให้ตระหนัก
ว่าเลือกแล้ว ทำแล้ว น่าภูมิใจมากกว่า...

ในยุคที่มีตัวเลือกให้เลือกมากมายจนเลือกไม่ถูก
พ่อแม่พึงต้องเสนอตัวเลือกที่ดีกว่า
หากรักและหวังดีต่อลูก ต่ออนาคตของลูก
ไม่เช่นนั้นก็คงต้องแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอยู่ร่ำไป
เผลอๆแทนที่จะแก้ปัญหา
กลายเป็นสร้างปัญหาให้มากขึ้น
จนต้องถอดใจ...ในที่สุด .

 

 

 



-TOP-