บทความ
.................................................

 

ไม่ได้ติดตามการศึกษาบ้านเรามานาน
ก็ตั้งแต่การประกาศนโยบาย “ปฏิรูปการศึกษา”
ที่กลายเป็นคำถาพูดกันทั้งเมือง
ชวนให้ฝันเฟื่องถึงอนาคตเด็กไทยสดใส
จะเปลี่ยนหลักสูตรการเรียนการสอนที
ก็จะต้องมี “ปฏิรูปการศึกษา” พ่วงเข้าไปที
จะเปลี่ยนแนวทางการบริหารการศึกษาที
ก็ต้องมี “ปฏิรูปการศึกษา” แปะหน้าที
จะเปลี่ยนวิธีสอนจาก “ครูเป็นหลัก” เป็น “เด็กเป็นหลัก” ที
ก็ต้องมี “ปฏิรูปการศึกษา” ติดเป็นตราประกันคุณภาพที
ไม่ต้องพูดถึงการตรวจสอบคุณภาพ การประกันคุณภาพ...
กระทั่งผ่านมาสิบกว่าปีก็ยังคงซอยเท้าอยู่ที่เดิม
ดีไม่ดีก็ดูจะก้าวถอยหลังด้วยซ้ำ
เหมือนสินค้าตัวเดิมกันแต่เปลี่ยนชื่อใหม่ให้ดูโก้
ครูต้องทำงานกันเหน็ดเหนื่อย
เสียแรงกับการวิ่งตามกระแส “ปฏิรูปการศึกษา”
ทั้งที่ยังไม่เห็นเป้าหมายและทิศทางที่ชัดเจน
จนแทบไม่ได้ทุ่มเทกับการสอนอย่างเต็มร้อย
ยิ่งมารับรู้ถึงความก้าวหน้าด้านการศึกษาของประเทศเพื่อนบ้าน
ก็ยิ่งจะสับสนและท้อแท้หนักขึ้น
อดไม่ได้ที่ถามตนเองและเพื่อนร่วมอุดมการณ์
“ที่ทำกันอยู่นี้คือการปฏิรูปการศึกษา?”...

กระทั่งมีข่าวการศึกษาออกประเด็นใหม่
ให้มีการจัดสอนวิชา “เรียงความ” และ “ย่อความ” ในหลักสูตร
เพราะสังเกตว่าการพูดการจาของเด็กไทยทุกวันนี้
นอกจากจะไม่เป็นเนื้อหาเป็นเรื่องราวให้เข้าใจแล้ว
ยังไม่เป็นรูปประโยค วลี สำนวน...ที่ครบถ้วนและถูกต้องอีกด้วย
เผลอๆ ก็คิดแบบฝรั่งพูดออกมาเป็นไทย
หรือไม่ก็คิดแบบไทยพูดออกมาเป็นฝรั่ง
อันเนื่องมากจากการซึมซับจากกระแสโลกาภิวัตน์บ้าง
คุ้นเคยคลุกคลีกับภาษาฝรั่งที่ใช้ในเครื่องมือสื่อสารทุกรูปแบบบ้าง
เลยเข้าใจและใช้คำฝรั่งโดยไม่คำนึงว่าภาษาไทยแปลว่าอะไร
เวลาจะพูดจะคุยก็มักจะใช้ภาษาลูกครึ่งไปโดยปริยาย
กลายเป็น “ภาษาวิบัติ” ไปจนได้...

หลายคนพากันคิดในแง่กระแสโลกาภิวัตน์
โลกทั้งใบกำลังจะเป็นหมู่บ้านเดียวกันอยู่แล้ว
การพูดได้หลายภาษาจะเป็นตัวได้เปรียบ
ไหนจะด้านธุรกิจ ไหนจะด้านการติดต่อสื่อสาร ไหนจะด้านการเดินทาง
จึงเปิดส่งเสริมให้ลูกหลานเรียนภาษาต่างประเทศ
โรงเรียนพากันขานรับเปิดสอนภาษาต่างประเทศอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
จนดูเหมือนจะลดความสำคัญของภาษาไทยลงโดยไม่ตั้งใจ
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว
ภาษาไทยน่าจะเป็นภาษาหลัก
ภาษาอื่นเป็นภาษาที่สอง ที่สาม ที่สี่
เพราะภาษาไม่ใช่แค่คำที่ใช้พูดคุยสื่อสาร
หากแต่เป็นประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม
ขนบธรรมเนียม คุณค่า มรดกตกทอด

ซึ่งแต่ละคำพูดคำจาต่างก็มั่งคั่งด้วยคุณค่าเหล่านี้
และสะท้อนออกมาเป็นพฤติกรรม ทัศนะ มโนคติ จรรยา...

กลับมาเน้นวิชา “เรียงความ” “ย่อความ”
จึงน่าจะเป็นข่าวดีสำหรับวงการศึกษาไทยยุคนี้ •