ครอบครัว
.................................................

 

มองไกลไปหน่อย1

ในยุคที่พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ชีวิตมนุษย์ดูจะสมบูรณ์ไปทุกด้าน จนหลายคนทุ่มเทเพื่อจะมีมากขึ้น “ความสำเร็จ” ด้านอาชีพการงานจึงกลายเป็น “คาถา” ที่สามารถบันดาลให้ชีวิตเป็นสุขครบถ้วน ทว่า ในขณะที่กำลังไล่ล่าหา “ความสำเร็จ” คุณค่าหลายอย่างมีอันต้องสูญเสียไป ก่อให้เกิดปัญหาและความขัดแย้งลึกเข้าไปในจิตใจ จนอดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่า ในเมื่อมีพร้อมแทบทุกอย่างแล้ว ทำไมชีวิตจึงยังไม่ลงตัวสักที? หรือว่า “ความสำเร็จ” กับ “ความสุข” ไม่ได้เป็นสัดส่วนตายตัว แบบสำเร็จรูป “ความสำเร็จ” ในอาชีพการงาน เท่ากับ “ความสุขสมหวัง” ของชีวิต? เพราะหลายครั้งกลายเป็นสัดส่วนแบบผกผันกัน “สำเร็จ” ในอาชีพการงาน แต่ “ล้มเหลว” ในชีวิต ชีวิตความรัก ชีวิตครอบครัว ชีวิตซื่อตรง ชีวิตคุณธรรม... และกว่าจะรู้ตัว ก็แทบจะหมดทางเยียวยาได้ พ่อแม่ที่ทุ่มเทเพื่อความสำเร็จในอาชีพการงาน ต่างก็มุ่งหวังที่จะยกฐานะครอบครัวให้ดีขึ้น สำเร็จเมื่อไร ลูกๆก็จะสบายเมื่อนั้น นอกจากจะอุทิศแรงกาย อดตาหลับขับตานอน แล้ว ยังต้องตัดใจกับความรู้สึกและสัญชาตญาณแห่งความเป็นพ่อเป็นแม่ วันหนึ่งๆเอาแต่งาน เลยต้องห่างเหินลูกๆ มีเงินให้ใช้ มีข้าวให้กิน มีเสื้อผ้าให้ใส่ มีค่าเล่าเรียนให้พร้อม ก็ถือว่าทำหน้าที่พ่อแม่ได้ระดับหนึ่งแล้ว กว่าจะกลับมาบ้าน ลูกๆก็หลับกันหมดแล้ว เลยแทบจะไม่ได้พูดคุย ถามทุกข์ถามสุข จะรับรู้ก็แต่สิ่งที่เห็นจากภายนอกของลูกแต่ละคน แล้วก็รีบเหมาเสร็จสรรพว่าทุกอย่างคงเรียบร้อย  พร้อมกับแอบแก้ตัวว่าทุกอย่างเหล่านี้ก็เพื่อลูก ยอมๆกันไปก่อน “ตอนนี้” อีกหน่อยก็จะสบายกันแล้ว “ตอนนั้น” ก็จะได้เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์เสียที... ไม่ได้ฉุกคิดสักนิดว่า ครอบครัวนั้นสมบูรณ์ “ตั้งแต่เริ่ม” มีพ่อ แม่ ลูก แล้ว “ตั้งแต่เริ่ม” มีพ่อ แม่ ลูก แล้ว และเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จะทำให้ครอบครัวสมบูรณ์ “ตั้งแต่นั้น” เป็นต้นมา ด้วยความรักและความอบอุ่น ก่อนอื่นหมด แล้วนั้นด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกตามอัตภาพ ตราบใดที่ยังคิดจะให้ความสำคัญอันดับแรกแก่สิ่งอำนวยความสะดวก มุ่งแต่จะมี “ความสำเร็จ” ในหน้าที่การงาน ปัญหาและความขัดแย้งก็เริ่มก่อหวอดขึ้นมา ไม่เพียงในตัวลูกๆ ที่ขาดความรักและความอบอุ่น จนต้องเที่ยวมองหานอกบ้าน หรือไม่ก็ต้องเก็บกดจนกลายเป็นความก้าวร้าว แต่ ในตัวพ่อและแม่ ด้วย ดังที่จะเห็นในตอนต่อไป.